<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Shopping สุขภาพดี ด้วยวิธีง่ายๆ OkHotShop.com</title>
	<atom:link href="http://www.okhotshop.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.okhotshop.com</link>
	<description>Shopping เคล็ดลับ สุขภาพดี ด้วยวิธีง่ายๆ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 Feb 2012 05:19:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>ไวน์แดงแทนนิน</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Feb 2012 05:19:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>
		<category><![CDATA[แทนนิน]]></category>
		<category><![CDATA[ไวน์แดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=2033</guid>
		<description><![CDATA[ไวน์แดงแทนนิน ไวน์แดงกับแทนนินเป็นของคู่กัน ถ้าไม่มีแทนนินไวน์แดงจะไม่มีสีแดงเข้มชวนมอง ไม่มีความฝาดที่จะไปสร้างความสมดุลกับแอลกอฮอล์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient511.jpg"><img class="size-full wp-image-2034 alignleft colorbox-2033" title="ไวน์แดงแทนนิน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient511.jpg" alt="" width="200" height="375" /></a><span style="color: #33cccc;">ไวน์แดงแทนนิน</span><br />
ไวน์แดงกับแทนนินเป็นของคู่กัน ถ้าไม่มีแทนนินไวน์แดงจะไม่มีสีแดงเข้มชวนมอง ไม่มีความฝาดที่จะไปสร้างความสมดุลกับแอลกอฮอล์ แอซิดิตี้และน้ำตาลในไวน์เมื่อคอไวน์พูดถึงไวน์แดงจะนึกถึงแทนนินก่อนเสมอ บางคนดื่มแต่ไวน์แดงไม่ยอมดื่มไวน์ขาวเพราะหลงใหลได้ปลื้มกับแทนนิน บางคนดื่มเฉพาะไวน์ขาวไม่แตะไวน์แดงเลย ถ้าไม่เพราะแพ้ก็ต้องเป็นคนที่เกลียดแทนนินไวน์เป็นเครื่องดื่มที่น่าพิศวง เมื่อคอไวน์ได้ดมดื่ม จะเกิดความรู้สึกเหมือนได้สัมผัสสิ่งที่คุ้นเคย เช่น กลิ่นทุ่งหญ้า กลิ่นไม้สด หนังสัตว์และเห็ด เป็นต้น กลิ่นเหล่านี้มีที่มาครับ บางส่วนมาจากผลองุ่น บางส่วนมาจากการบ่มในถังโอ้ค บางส่วนเกิดจากจินตนาการของเราเอง และบางส่วนก็มาจากแทนนินถ้าเปรียบไวน์เป็นร่างกายมนุษย์ แอลกอฮอล์จะเป็นแกนเหมือนโครงกระดูก แทนนินเป็นเนื้อหนังมังสาที่ห่อหุ้มให้มีมวล ทำให้ไวน์มีน้ำหนัก มีรูปร่างน่าแตะต้องสัมผัส แล้วแทนนินคืออะไร มาจากไหน สำคัญต่อไวน์อย่างไร</p>
<p>แทนนิน (Tannin) เป็นกลุ่มของสารเคมีที่มีอยู่ตามธรรมชาติในเปลือกของต้นไม้บางชนิด อย่างเช่นอบเชย มีอยู่ในใบชา และในผลไม้อีกหลายชนิดรวมทั้งองุ่นด้วยเมื่อเราผ่าผลองุ่น จะเห็นตรงกลางเป็นเนื้อสีขาวใสหรือชมพูอ่อนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นน้ำ แทนนินจะอยู่ที่เปลือก เมล็ดและก้าน ทั้งสีทั้งกลิ่นและรสขององุ่นจะอยู่รวมกันที่เปลือกและเส้นใยที่อยู่ระหว่างเปลือกกับเนื้อเป็นการยากที่จะอธิบายให้ชัดเจนว่าแทนนินมีรสอย่างไร ที่จริงมันเป็นความรู้สึกมากว่าเป็นรส จะรู้สึกฝืด ๆ เหมือนกระดาษทรายตรงบริเวณกลางจนถึงโคนลิ้นรวมทั้งบริเวณด้านหลังของขากรรไกรด้วย ถ้าจะเรียกว่ารสเฝื่อนก็ไม่ใช่จะว่าฝาดก็ไม่เชิง ต้องลองเคี้ยวเม็ดองุ่นดู จะได้ความรู้สึกนั้นองุ่นที่รับประทานเป็นผลไม้ จะต่างจากองุ่นใช้ทำไวน์ องุ่นที่รับประทานมีการพัฒนาให้ลูกใหญ่ เปลือกบาง เมล็ดน้อยจนบางทีก็ไม่มี ส่วนองุ่นทำไวน์ คนทำไวน์ต้องการให้องุ่นลูกเล็ก เปลือกหนา รสหวานจัด เพื่อให้มีแทนนินมาก ๆ และระดับน้ำตาลสูง ๆ เมื่อทำไวน์จะได้ไวน์ที่มีสี กลิ่น รส และแทนนินที่ดีในขั้นตอนการทำไวน์ขาว เขาจะเลี่ยงไม่ให้น้ำองุ่นสัมผัสกับเปลือกมาก เพราะเปลือกองุ่นเขียวไม่มีประโยชน์และทำให้ไวน์ขม จึงถูกคัดออกในช่วงต้น กลิ่นไม้และครีมในไวน์ขาวเกิดจากการบ่มในถังโอ้ค ส่วนขั้นตอนการทำไวน์แดง เปลือกองุ่นแดงเป็นองค์ประกอบสำคัญ เพราะมีแทนนินซึ่งให้สารสีแดงและเป็นตัวสร้างกลิ่นรสให้กับไวน์ น้ำองุ่นถูกหมักพร้อมเปลือก เมล็ด หรืออาจจะมีก้านด้วยประมาณ 10 วัน ในระหว่างนั้น คนทำไวน์ต้องคอยหมั่นกดเปลือกและเมล็ดที่ลอยขึ้นมาให้จมลงไปวันละหลายครั้ง เพื่อให้น้ำองุ่นดูดแทนนินออกมา<br />
<a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient512.jpg"><img class="size-full wp-image-2035 alignright colorbox-2033" title="ไวน์แดงแทนนิน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient512.jpg" alt="" width="200" height="260" /></a>ขั้นตอนสำคัญในการทำไวน์แดง อยู่ที่การจัดการให้มีระดับแทนนินที่เหมาะสม เพราะมีผลต่อคุณภาพและบุคลิกของไวน์ คนทำไวน์จะระวังเป็นพิเศษในการบีบลูกองุ่นให้แตกก่อนหมัก การบีบจะต้องทำอย่างนุ่มนวล ถ้ารุนแรงเกินไปจะทำให้ไวน์ขม เวลาที่ใช้ในการแช่เปลือกองุ่นก็สำคัญ ถ้าปล่อยให้แช่นานเกินไป</p>
<p>ไวน์จะฝาดเฝื่อนเหมือนชาที่ชงแก่เกินไปแทนนินมีน้อยมากในไวน์ขาว แต่มีมากและเข้มข้นในไวน์แดงใหม่ แล้วค่อย ๆ นุ่มนวลลงตามกาลเวลาเมื่อผ่านการบ่มในถังโอ้คและขวด องุ่นแต่ละสายพันธุ์มีระดับแทนนินต่างกัน องุ่น Syrah, Nebbiolo และ Cabernet Sauvignon จะมีระดับแทนนินสูงกว่าพันธุ์อื่น ส่วนองุ่น Merlot และ Pinot Noir มีแทนนินน้อยและนุ่มนวลกว่า การทำไวน์จึงสามารถทำออกมาได้หลากหลายสไตล์ ขึ้นอยู่้กับการเลือกพันธุ์องุ่นและวิธีจัดการกับแทนนินแทนนินในไวน์แดงได้มาจากทั้งเปลือกองุ่นและการบ่มในถังโอ้ค แทนนินจากถังโอ้คต่างกับที่ได้จากเปลือกองุ่นมาก เพราะเป็นแทนนินที่ให้ความกลมกล่อมแทนที่จะให้ความขมฝาด จึงช่วยขัดเกลาแทนนินจากเปลือกองุ่นให้อ่อนโยนนุ่มนวลลง เหมือนการเติมนมสดลงในกาแฟดำแทนนินในน้ำไวน์จะเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตามกาลเวลา เมื่อเวลาผ่านไป โมเลกุลของแทนนินจะจับตัวกันเป็นตะกอนตกลงที่ก้นขวด แทนนินจะเปลี่ยนเป็นนุ่มลง ความขมฝาดของไวน์จะลดลงและหมดไปในที่สุดสารบางตัวในแทนนินทำหน้าที่ป้องกันการเน่าเสียให้กับไวน์ได้ จึงทำให้ไวน์แดงชั้นดีสามารถเก็บได้นานเป็นสิบปี ไวน์ชั้นดียิ่งบ่มนานจะยิ่งพัฒนาให้มีความซับซ้อนของทั้งกลิ่นและรส ไวน์ขาวที่ไม่มีแทนนินจึงต้องดื่มเมื่ออายุยังน้อยนอกจากนั้น แทนนินยังมีสารบางตัวที่มีผลดีต่อร่างกายมนุษย์ รายงานทางสุขภาพหลายชิ้นระบุว่าแทนนินช่วยบำรุงให้หัวใจแข็งแรง สารชนิดนี้มีอยู่ในผลไม้เปลือกดำ เช่น องุ่น เบอรี่ เป็นต้น<br />
<a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient513.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2036 colorbox-2033" title="ไวน์แดงแทนนิน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient513.jpg" alt="" width="405" height="500" /></a>ในการชิมไวน์ ผู้รู้แนะนำว่าไม่ควรชิมไวน์ขาวหลังไวน์แดง เพราะความฝาดของแทนนินจะไปเคลือบลิ้น ทำให้ความสดชื่นซึ่งเป็นส่วนสำคัญของไวน์ขาวหายไป ไวน์ขาวจะจืดและรสชาติผิดเพี้ยนแม้แทนนินจะเป็นองค์ประกอบสำคัญของไวน์แดง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายิ่งมีมากยิ่งดี ถ้าแทนนินมากไป จะทำให้ไวน์ฝาดขมและกลบกลิ่นรสของผลไม้ให้ด้อยลง แต่ถ้ามีน้อยไปจะทำให้ไวน์แบน จืดชืดและขาดรสชาติ ว่าไปแล้ว ไวน์แดงที่ไร้แทนนินจะหมดสภาพความเป็นไวน์ เป็นได้แค่น้ำผลไม้ปนแอลกอฮอล์เท่านั้นเอง<br />
ในความหลากหลายของไวน์ นอกจากความต่างกันในกลิ่น รส และแอลกอฮอล์แล้ว ไวน์แต่ละตัวยังมีระดับแทนนินที่ต่างกัน การดื่มไวน์ให้มีความสุข จะต้องเลือกไวน์ที่มีบุคลิกต้องกับรสนิยมของเรา ก่อนซื้อไวน์จึงควรศึกษาด้วยว่าเราชอบแทนนินแบบไหน จึงจะเลือกไวน์ได้ถูกตัวแต่ที่สำคัญ เมื่อเลือกไวน์ถูกตัวแล้วยังต้องเลือกหยิบมาดื่มให้ถูกเวลาด้วย ต้องให้ได้ตอนที่แทนนินกำลังนุ่มนวลลงตัว ไม่กระโดกกระเดกเหมือนเด็กวัยซนหรืออ่อนล้าโรยแรงจนเหมือนคนวัยใกล้ฝั่ง</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient514.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2037 colorbox-2033" title="ไวน์แดงแทนนิน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient514.jpg" alt="" width="396" height="500" /></a>แพทย์พบอิทธิฤทธิ์ใหม่ของเหล้าองุ่น ไวน์แดงปลุกอารมณ์นักวิจัยเมืองมักกะโรนี พบ กลุ่มผู้ที่ดื่มไวน์แดงหากดื่มในปริมาณปานกลาง จะมีระดับความต้องการทางเพศสูงกว่าเพื่อนที่ดื่มเหล้าชนิดอื่น&#8230;</p>
<p>หมอ เมืองมะกะโรนีกล่าวเตือนสตรีทั้งหลายว่า ดื่มเหล้าไวน์แดงเพียงแก้วเดียวหรือ 2 แก้วเท่านั้น จะไปปลุกอารมณ์ อาจทำให้พลาดพลั้งเผลอสติได้คณะแพทย์มหาวิทยาลัยฟลอเรนซ์ ได้พบในการศึกษาว่า สารเคมีที่มีอยู่ในเหล้าไวน์แดง จะช่วยขับเลือด ให้ไปเลี้ยงบริเวณสำคัญๆของร่างกายมากขึ้น ก่อให้เกิดความรู้สึกแปลกๆขึ้น</p>
<p>คณะ นักวิจัยได้ศึกษา โดยระดมสตรีวัยระหว่าง 18-50 ปี 800 คน ซึ่งต่างมีสุขภาพทางเพศปกติ แบ่งออก เป็น 3 พวก พวกแรก เป็นผู้ที่ดื่มเหล้าไวน์วันละ 1-2 แก้วเป็นประจำอยู่แล้ว พวกที่ 2 ดื่มประจำเหมือนกัน แต่วันละเล็กน้อยไม่เกิน 1 แก้ว นอกนั้นเป็นผู้ไม่แตะสุรายาเมาเลย โดยขอให้แต่ละคนกรอกแบบสอบถามที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับกามารมณ์จากการ วิเคราะห์คะแนนได้ผลว่า กลุ่มที่ดื่มเหล้า ไวน์แดงในปริมาณปานกลาง จะมีระดับความต้องการทางเพศสูงกว่าเพื่อนที่ดื่มเหล้าชนิดอื่น หรือผู้ที่ไม่เป็นนักดื่มเลย</p>
<p>นักวิจัยได้อธิบายว่า ผลการค้นพบครั้งนี้ แม้จะต้องพินิจพิจารณาดูอย่างระมัดระวัง ถึงกระนั้นมันก็ยังส่อให้เห็นถึงความเกี่ยวพันของการดื่มเหล้าไวน์แดง กับสมรรถภาพทางเพศที่ทวีขึ้น&#8221;.</p>
<p style="text-align: right;">ไทยรัฐออนไลน์</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>No Related Post</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไวน์แดง (Red wine)</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-red-wine/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-red-wine/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Feb 2012 05:08:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=2025</guid>
		<description><![CDATA[ไวน์แดง (Red wine) ไวน์ (อังกฤษ: wine; ฝรั่งเศส: vin) คือ เมรัยอันผลิตจากน้ำองุ่น แต่ก็อาจใช้กับเครื่องดื่มที่ทำจากน้ำผลไม้อื่นเช่นกัน ไวน์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเกิดจากการหมักน้ำตาลในองุ่น ไวน์แดง (Red wine) หรือ (vin rouge) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff0000;">ไวน์แดง (Red win<a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient506.jpg"><span style="color: #ff0000;"><img class="size-full wp-image-2026 alignleft colorbox-2025" title="ไวน์แดง (Red wine)" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient506.jpg" alt="" width="300" height="300" /></span></a>e)</span></p>
<p>ไวน์ (อังกฤษ: wine; ฝรั่งเศส: vin) คือ เมรัยอันผลิตจากน้ำองุ่น แต่ก็อาจใช้กับเครื่องดื่มที่ทำจากน้ำผลไม้อื่นเช่นกัน ไวน์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเกิดจากการหมักน้ำตาลในองุ่น</p>
<p>ไวน์แดง (Red wine) หรือ (vin rouge) ไวน์ที่ได้จากการผสมระหว่างไวน์ 2 ชนิดเรียกว่า ไวน์สีชมพู (Ros? หรือว่า Pink wine) [ ros? แปลว่าสีชมพู ถ้าใช้กับ wine เรียกว่า ros? ไปเลยไม่ต้องเรียก vin ros?] ส่วนไวน์ที่มีการอัดก๊าซลงไป จะเรียกว่า สปาร์กลิงไวน์ (Sparkling wine) สปาร์กลิงไวน์เป็นการเลียนแบบ แชมเปญ (Champagne)</p>
<p>ก่อนที่จะมาดูรายละเอียดขอเล่าประวัติของไวน์นิดนะค่ะ<br />
ประวัติ<br />
เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าไวน์เป็นเครื่องดื่มที่มีมาหลายพันปีแล้ว มีการค้นพบโถโบราณบรรจุเมล็ดองุ่นไร่ซึ่งมีอายุนับเนื่องขึ้นไปกว่า 8,000 ปี ก่อนคริสตกาลนอกจากที่ประเทศอิหร่านแล้ว ยังมีการพบร่องรอยของเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่ได้จากกรรมวิธีการหมักแบบเดียวกับไวน์ในสมัย 7,000 ปีก่อนคริสตกาล ทางตอนเหนือของประเทศจีน<br />
<a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient507.jpg"><img class="size-full wp-image-2027 alignleft colorbox-2025" title="ไวน์แดง (Red wine)" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient507.jpg" alt="" width="255" height="329" /></a>ในยุคอียิปต์โบราณ การเพาะปลูกองุ่นเพื่อทำไวน์มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบระเบียบมาก เทพต่าง ๆ ในตำนานเทพปกรณัม ทั้งโอซิริสของอียิปต์ เทพไดโอนีซุสของกรีก บัคคัสของโรมัน หรือกิลกาเมชของบาบิโลน ล้วนแล้วแต่เป็นเทพแห่งไวน์ นอกจากนั้น ไวน์ยังเป็นสัญลักษณ์ของพระโลหิตของพระเยซูเจ้าตามความเชื่อทางศาสนาคริสต์ ไวน์มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นอันมากในช่วงสองร้อยปีหลัง ชาวโรมันในสมัยก่อนนั้นดื่มไวน์ที่มีรสฉุนจนต้องผสมน้ำทะเลก่อนดื่ม รสชาติของไวน์ดังกล่าวแตกต่างจากไวน์ในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิงในสมัยศตวรรษที่ 19 ไวน์ถือว่าเป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลัง โดยคนงานที่รับจ้างเก็บเกี่ยวพืชผลจะดื่มไวน์ถึงวันละ 6-8 ลิตร และนายจ้างจะจ่ายไวน์ให้เป็นส่วนหนึ่งของค่าแรง เพราะสมัยนั้นน้ำยังไม่ค่อยสะอาดพอที่จะนำมาดื่มได้</p>
<p><span style="color: #ff6600;">ส่วนประกอบของไวน์</span><br />
ส่วนประกอบส่วนใหญ่ของไวน์คือแอลกอฮอล์ที่ละลายในน้ำ และส่วนผสมทางเคมีอื่น ๆ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นสารระเหยและสารไม่ระเหย ทั้งสารละลายและสารแขวนลอย ปกติแล้ว ปริมาณของแอลกอฮอล์จะอยู่ระหว่าง 9-15 เปอร์เซ็นต์ต่อปริมาณน้ำ 85 เปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ในไวน์ส่วนใหญ่เป็นเอทิลแอลกอฮอล์ และยังพบตัวทำละลายประเภทกลีเซอรอล ซอร์บิทอล และบูตีแลนกลีคอลด้วยนอกจากนั้น ไวน์ยังประกอบด้วยน้ำตาลชนิดต่าง ๆ ทั้งกลูโคส ฟรุคโตส ในปริมาณที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ 1-2 กรัมต่อลิตร ในดรายไวน์ที่หมักจนน้ำตาลกลายเป็นแอลกอฮอล์แล้ว จนถึง 50-60 กรัมต่อลิตร ในไวน์หวานที่กระบวนการหมักบ่มยังไม่สมบูรณ์กรดต่าง ๆ ทั้งกรดมาลิก กรดซิตตริก กรดทาทาริก กรดอะซีติก กรดแลกติก กรดซัคซินิกส่วนผสมอื่น ๆ เช่น แทนนิน แอนโทซีอันรงควัตถุ (pigment) ต่างๆ เช่น แอนโทไซยานิน</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient508.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2028 colorbox-2025" title="ไวน์แดง (Red wine)" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient508.jpg" alt="" width="500" height="500" /></a>การแบ่งประเภทไวน์</span><br />
ในหลาย ๆ ประเทศจะแบ่งประเภทไวน์ตามพันธุ์ขององุ่นที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ และในประเทศฝรั่งเศสมีการแบ่งประเภทไวน์ตามพื้นที่แหล่งผลิตหรือกรู(ฝรั่งเศส: cru) ผู้ผลิต และปีที่ผลิต</p>
<p><span style="color: #ff6600;">ไวน์แดง</span><br />
ไวน์แดง (อังกฤษ: red wine)ตัวอย่างไวน์แดงที่ได้รับความนิยม<br />
บาโรโล (Barolo) &#8211; อิตาลี<br />
บรูเนลโลดีมอนตัลชีโน (Brunello di Montalcino) &#8211; อิตาลี<br />
โบโชเล (Beaujolais) &#8211; ฝรั่งเศส<br />
บอร์โด (Bordeaux) &#8211; ฝรั่งเศส<br />
บูร์กอญ (Bourgogne) หรือบูร์กันดี (Burgundy) &#8211; ฝรั่งเศส<br />
กาแบร์เนโซวีญง (Cabernet Sauvignon) &#8211; ฝรั่งเศส แคลิฟอร์เนีย ออสเตรเลีย มอลโดวา แอฟริกาใต้<br />
การ์เมเนเร (Carmenere) &#8211; ชิลี<br />
กีอันตี (Chianti) &#8211; อิตาลี<br />
แมร์โล (Merlot) &#8211; ฝรั่งเศส แคลิฟอร์เนีย วอชิงตัน ชิลี แอฟริกาใต้<br />
ปีโนนัวร์ (Pinot Noir) &#8211; ฝรั่งเศส แคลิฟอร์เนีย ออริกอน แอฟริกาใต้<br />
พิโนเทจ (Pinotage) &#8211; แอฟริกาใต้<br />
เรียวคา (Rioja) &#8211; สเปน<br />
ซีรา/ชีรัซ (Syrah/Shiraz) &#8211; ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย แคลิฟอร์เนีย แอฟริกาใต้<br />
วัลโปลีเชลลา (Valpolicella) &#8211; อิตาลี<br />
ซินฟันเดล (Zinfandel) &#8211; แคลิฟอร์เนีย</p>
<p>แต่วันนี้จะมาบอกคุณประโยชน์ของไวน์แดงกันเพราะว่า ไวน์แดงสัมพันธ์กับการลพความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวจ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงเป็นแหล่งสำคัญของไฟโทเคมิคอลเรสเวอราทรอล</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient509.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2029 colorbox-2025" title="ไวน์แดง (Red wine)" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient509.jpg" alt="" width="500" height="300" /></a>วิธีการทานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด</span><br />
การทานให้ประโยชน์คงต้องดูแหล่งที่มาของวัตถุดิบว่ามาจากที่ไหน เพาะความเข้มข้นของเรสเวอราทรอลในไวน์จะแตกต่างไปตามชนิดขององุ่นและสถานที่ปลูก องุ่นไพนอตเนียร์และองุ่นที่ปลูกในเขตอบอุ่นที่มีความชื้นบ้าง เช่น ที่เบอร์กานดี บอร์โดและหุบเขาชิเลียน มีเรสเวอราทรอลมากเป็นพิเศษ</p>
<p><span style="color: #339966;">ปริมาณที่ควรทาน</span><br />
ทาน 1-2 แก้วต่อวัน ประมาณ 125 มล. อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพแอลกอฮอล์ในไวน์ช่วยส่งเสริมการดูดซึมของฟีโนลิกในไวน์ด้วย</p>
<p><span style="color: #800000;">ประโยชน์ที่สำคัญ</span><br />
เรสเวอราทรอลพบในเปลือกองุ่น (ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อราตามธรรมชาติให้กับองุ่น) ไวน์แดงนั้นเป็นแหล่งที่สำคัญของไฟโทเคมิคอลชนิดนี้ ไวน์แดงมีชื่อเสียงในเรื่องประโยชน์ต่อสุขภาพ การดื่มเป็นประจำอาจช่วยลดการเกิดโรคหัวใจ ไม่ได้แนะนำให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลนะค่ะ(เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดใดก็ตามในปริมาณปานกลางมีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจทั้งสิ้น แม้จะบริโภคไขมันอิ่มตัวปริมาณสูงก็ตาม)</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient510.jpg"><img class="size-full wp-image-2030 alignleft colorbox-2025" title="ไวน์แดง (Red wine)" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient510.jpg" alt="" width="300" height="391" /></a>โรคหัวใจกับไวน์</span><br />
งานวิจัยพบว่าเรสเวอราทรอลยับยั้งการรวมตัวของออกซิเจนกับคอเลสเตอรอลความหนาแน่นต่ำที่เป็นอันตราย และการรวมตัวของเกล็ดเลือด จึงลดความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดแดงแข็งตัวไวน์แดงยังมีฟ๊โนลิกชนิดอื่นๆประกอบด้วย พบว่าเรสเวอราทรอลถูกดูดซึมได้ดี และเพิ่มระดับการต้านอนุมูลอิสระในเลือด ไวน์แดงมีผลดีต่อคอเลสเตอรอลไลโพโปรตีนความหนาแน่นสูงซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลที่ดี และช่วยคลายหลอดเลือด (โดยเพิ่มการหลั่งกรดไนทริก)</p>
<p><span style="color: #00ccff;">ไวน์แดงดีต่อสุขภาพ</span><br />
เอาใจนักดื่มกันหน่อยคะ ใครที่ชอบการดริ้งค์เป็นชีวิตจิตใจ ฟังทางนี้ สุราเมรัยถึงแม้จะทำให้คุณเมาไม่รู้เรื่องและทำลายสุขภาะแต่ไม่ใช่เจ้า “ไวน์แดง”ซึ่งปัจจุบันไวน์แดงก็รู้ๆกันอยู่ว่ามีประโยขน์ต่อร่างกายและขึ้นชื่อมากว่าดีต่อหัวใจ ช่วยสลายไขมันที่อยู่ในหลอดเลือด ส่งผลให้ไขมันไม่อุดตันในเส้นเลือดไวน์นอกจากจะเป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติดีแล้ว การดื่มไวน์ยังช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้อีกด้วย และไวน์มีส่วนช่วยป้องกันเกล็ดเลือดแข็งตัวและป้องกันระบบประสาท ทำให้อายุยืนขึ้นอีกหลายปีไวน์แดงมีรสชาติที่กลมกล่อม แต่ต้องเป็นชนิดที่ไม่มีแอลกอฮอลนะ ถึงจะมีสรรพคุณช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียไม่ให้เกาะผิวเคลือบฟัน ส่งผลให้ไม่มีแมงมากินฝันเรา ฟันไม่ผุ ใครที่กลัวฟันผุก็จิบไวน์แดงวันละหน่อย พอเป็นพิธี หรือจะใช้วิธีอื่นก็ไม่ว่ากันคะถึงจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ขึ้นชื่อว่าของมึนเมา หากดื่มไปในปริมาณมากจนเกิดอาการมึนเมา ขาดสติ ก็เป็นอันตรายได้เช่นกัน ทางที่ดีควรดื่มให้พอดี นั้นแหละถึงเรียกว่ากินให้บำรุงร่างกาย หรือเปลี่ยนจากไวน์มาเป็นผลิตภัณฑ์อื่นที่บำรุงร่างกายก็ได้คะ</p>
<p><span style="color: #800080;">การดื่มไวน์แดง (Red wine)</span><span style="color: #ff9900;">เทคนิคในการดื่มไวน์แดง</span><br />
<span style="color: #339966;">อาหาร กับ ไวน์แดง :</span>โดยปกติแล้วไวน์แดง(Red wine) จะมีความฝาด เพราะเกิดจากการหมักทั้งเปลือก, ก้าน, และผลขององุ่นรวมกัน (Tanin) และถ้าคุณนำไวน์แดง ดื่มคู่กับอาหารที่มีรสชาติเข้ากันได้กับไวน์ ก็จะทำให้ไวน์แดงมีรสชาติดีขึ้นอย่างมาก เช่น ถ้าเราดื่มไวน์แดง ที่มาจากแค้วน Medoc ของประเทศฝรั่งเศส กับซี่โครงแกะย่างซึ้งจะมีกลิ่นสาบของเนื้อแกะเล็กน้อย ก็จะทำให้รสชาติของไวน์แดง(Red wine) ดียิ่งขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff9900;">แก้ว กับ ไวน์แดง :</span>แก้วที่ใช้ดื่มไวน์นั้นก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความบางของแก้ว หรือรูปทรงของแก้ว ก็ส่งผลต่อรสชาติของไวน์เหมือนกัน เช่น ถ้าคุณใช้แก้วไวน์ที่บาง และมีรูปทรงทิวลิป เวลาที่คุณดื่มจะให้รสชาติที่ดี และกลิ่นที่หอมกว่าแก้วใบหนา รูปทรงแก้วตรงๆ ทื่อๆที่เป็นเช่นนี้เพราะ แก้วที่ออกแบบมาเพื่อการดื่มไวน์นั้น จะถูกออกแบบให้สามารถแกว่งไวน์ไปมาได้ ทำให้ตัวไวน์ได้สัมผัสกับอากาศ และเกิดปฎิกิริยาทางเคมีที่ทำให้กลิ่นของไวน์นั้นหอมมากขึ้น</p>
<p><span style="color: #ff00ff;">อุณหภูมิ กับ ไวน์แดง :</span>ได้ศึกษาตำราฝรั่งหลายๆ เล่ม ได้แนะนำให้ดื่มไวน์ในอุณหภูมิห้อง (Room Temperature) แต่อุณหภูมิห้องของเมืองไทยเรา กับต่างประเทศนั้นต่างกันอย่างมาก คืออุณหภูมิห้องบ้านเขาอยู่ที่ 17 &#8211; 19 องศาเซลเซียส ดังนั้นในการดื่มไวน์แดงในเมืองไทย ก็ควรต้องนำไวน์แดง(Red wine)ไปแช่ตู้เย็นในช่องธรรมดาไว้สัก 45 &#8211; 50 นาที ก่อนนำออกมาดื่ม จะทำให้รสชาติของไวน์ดีขึ้น</p>
<p>นี่ก็เป็นเทคนิคการดื่มไวน์แดงเล็กๆ น้อยๆ  ซึ้งหาเอามาฝากเพื่อนๆค่ะ</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>No Related Post</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-red-wine/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำแครนเบอร์รี่ (Cranberry)</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-cranberry/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-cranberry/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Feb 2012 05:04:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>
		<category><![CDATA[Cranberry]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำแครนเบอร์รี่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=2019</guid>
		<description><![CDATA[น้ำแครนเบอร์รี่ (Cranberry)ช่วยลดอัตราเสี่ยงในการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะในเพศหญิง การดื่มน้ำแครนเบอร์รี่ในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (UTIs) ในเพศหญิงได้, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient494.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2020 colorbox-2019" title="น้ำแครนเบอร์รี่ (Cranberry)" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient494.jpg" alt="" width="400" height="313" /></a>น้ำแครนเบอร์รี่ (Cranberry)ช่วยลดอัตราเสี่ยงในการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะในเพศหญิง</p>
<p>การดื่มน้ำแครนเบอร์รี่ในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (UTIs) ในเพศหญิงได้, จากบทความทางการแพทย์ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Clinical Infectious Diseases Society Of America. ฉบับ 15 พฤษภาคม 2004</p>
<p>แครนเบอร์รี่ ประกอบด้วยสารประกอบ 2 ชนิด ซึ่งช่วยป้องกันการติดเชื้อ อันมีสาเหตุมาจากแบคทีเรียซึ่งอยู่ในระบบทางเดินปัสสาวะ. โดยมีการศึกษาในทางการแพทย์ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของน้ำแครนเบอร์รี่ หรือในรูปแคปซูล มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1966 โดยศึกษาในด้านความสัมพันธ์ของการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะและ bacteriuria (การดำรงชีวิตของแบคทีเรียในปัสสาวะ). ผลการศึกษาพบว่ามีข้อจำกัดในการศึกษาหลายด้าน เช่น ขนาดของแครนเบอร์รี่ซึ่งมีขนาดเล็ก , ลักษณะของแครนเบอร์รี่ที่นำมาใช้ทั้งในรูปของน้ำแครนเบอร์รี่หรือในรูปแคปซูล รวมถึงปริมาณของแครนเบอร์รี่ที่ใช้ ทำให้ยากต่อการประเมินและเปรียบเทียบผลที่ได้</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient495.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2021 colorbox-2019" title="น้ำแครนเบอร์รี่ (Cranberry)" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient495.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a>โดยลักษณะของแครนเบอร์รี่ ที่ให้ผลทางการป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะอยู่ในรูปของน้ำแครนเบอร์รี่หรือในรูปแคปซูล จากการศึกษาในกลุ่มของผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์กับการรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ พบว่าสามารถลดอัตราการติดเชื้อได้ถึง 50%</p>
<p>น้ำแครนเบอร์รี่มีคุณค่าในการรักษาโรคซึ่งเกี่ยวกับการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โดยมีการศึกษาในหลาย ๆ ปัจจัยซึ่งศึกษาถึงผลของแครนเบอร์รี่กับความสามารถในการป้องกันการติดเชื้อ</p>
<p>น้ำแครนเบอร์รี่มีศักยภาพในการป้องกันการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ ตามการอ้างอิงในสารสารทางการแพทย์ของ ดร. Raul Raz แห่งศูนย์การแพทย์Haemek Medical Center ประเทศอิสราเอล“มีแนวโน้มในการใช้ สารจากธรรมชาติ แทนการใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาโรค ไม่เฉพาะแต่ในเรื่องของการป้องกันการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะเท่านั้น ผมเชื่อว่าถ้ามีการศึกษาทางการแพทย์ที่ดี จะสามารถบ่งชี้ถึงข้อดีของแครนเบอร์รี่ในการป้องกันการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะได้ โดยข้อสนับสนุนทางการแพทย์จะช่วยให้สามารถนำแครนเบอร์รี่มาใช้ในการป้องกันการติดเชื้อได้” ดร. Raz กล่าว</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient496.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2022 colorbox-2019" title="น้ำแครนเบอร์รี่ (Cranberry)" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient496.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a>ดร. Raz เชื่อว่า ถ้ามีการศึกษาถึงผลของแครนเบอร์รี่ที่มีผลต่อ การป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะโดยศึกษาในหลาย ๆ ปัจจัย จะทำให้สามารถนำแครนเบอร์รี่ มาใช้ป้องกันการติดเชื้อในทางการแพทย์ได้ “โดยทั่วไปแล้ว เราจำเป็นต้องมีการศึกษาทางการแพทย์ ในหลายๆ ปัจจัยทั้งความแตกต่างของประชากร, ปริมาณของแครนเบอร์รี่ที่ใช้, รวมถึงความแตกต่างของแครนเบอร์รี่ที่ใช้ ทั้งในรูปของน้ำแครนเบอร์รี่หรือที่สกัดเป็นเม็ด” ดร. Raz กล่าว</p>
<p>ในปี คศ. 1979 มีการตีพิมพ์เผยแพร่บทความทางการแพทย์ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ โดยตีพิมพ์เผยแพร่เดือนละ 2 ครั้ง โดยเป็นวารสารทางการแพทย์ซึ่งเป็นที่สนใจมาก ที่เกี่ยวข้องกับโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ. โดยมีการตีพิมพ์เผยแพร่ภายใต้การอุปถัมภ์ของ Infectious Diseases Society of America (IDSA). ซึ่ง IDSA เป็นองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยมีตัวแทนทั้งแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ กว่า 7,500 คน ซึ่งเชี่ยวชาญโดยเฉพาะทางด้านโรคที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ. ข้อมูลของ IDSA ติดตามรายละเอียดได้ในเวบไซต์ http://www.idsociety.org.</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>February 20, 2012 -- <a href="http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/cranberry-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/" title="cranberry เบอรี่มหัศจรรย์">cranberry เบอรี่มหัศจรรย์</a> (0)</li><li>January 13, 2012 -- <a href="http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-cranberry/" title="แครนเบอร์รี่ Cranberry">แครนเบอร์รี่ Cranberry</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-cranberry/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>cranberry เบอรี่มหัศจรรย์</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/cranberry-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/cranberry-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 20 Feb 2012 04:54:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>
		<category><![CDATA[Cranberry]]></category>
		<category><![CDATA[เบอรี่มหัศจรรย์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=2010</guid>
		<description><![CDATA[cranberry เบอรี่มหัศจรรย์ แครนเบอรี่สกัดเข้มข้น จำเป็นโดยเฉพาะผู้หญิง ช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient488.jpg"><img class="size-full wp-image-2011 alignleft colorbox-2010" title="cranberry เบอรี่มหัศจรรย์" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient488.jpg" alt="" width="246" height="300" /></a><span style="color: #3366ff;">cranberry เบอรี่มหัศจรรย์</span><br />
แครนเบอรี่สกัดเข้มข้น จำเป็นโดยเฉพาะผู้หญิง ช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ป้องกันฟันผุและโรคเหงือกอักเสบมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ออกมายืนยันว่าแครนเบอร์รี่ ให้ประโยชน์ต่อร่างกายมาก ไม่ว่าบริโภคแบบไหนรวมถึงการนำมาทำอาหาร แยมหรือแม้แต่ น้ำแครนเบอร์รี่หรือในปัจจุบันมีการผลิตมาให้อยู่ในรูปของอาหารเสริมแบบแคปซูล-ซอฟเจล</p>
<p>*แครนเบอร์รี่ คือหนึ่งในผลไม้มหัศจรรย์ช่วยต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ จากงานวิจัยล่าสุดพบว่าช่วยป้องกันโรคเหงือก และแผลในช่องท้องได้</p>
<p>ผลงานวิจัยโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่า การดื่มน้ำแครนเบอร์รี่วันละ 300 มิลลิลิตร จะช่วยลดจำนวนแบคทีเรียในปัสสาวะลงได้ แครนเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงมีสรรพคุณในการรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ</p>
<p>โดยลักษณะของแครนเบอร์รี่ ที่ให้ผลทางการป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจจะอยู่ในรูปของน้ำแครนเบอร์รี่หรือในรูปซอฟเจล จากการศึกษาในกลุ่มของผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์กับการรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ พบว่าสามารถลดอัตราการติดเชื้อได้ถึง 50%แครนเบอร์รี่เป็นเบอรี่ที่มีวิตามินซีสูง นอกจากนี้ วิตามินซีในแครนเบอร์รี่ยังช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้นขึ้น แครนเบอร์รี่นั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารฟลาโวนอยด์ที่ชื่อแอนโธไซยานิดินส์ (Anthocyanidins) สามารถเสริมสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจนได้ขอบคุณ*http://www.sciencedaily.com/releases/2004/04/040429054703.htm</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient489.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2012 colorbox-2010" title="cranberry เบอรี่มหัศจรรย์" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient489.jpg" alt="" width="500" height="376" /></a>สำหรับคุณสมบัติในการป้องกันฟันผุจากแครนเบอรี่ ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใดผลไม้ชนิดนี้จึงมีคุณประโยชน์ในการปกป้องฟันผุ**ในวงการแพทย์ ได้ยอมรับกันอย่างกว้างขวางแล้วว่า แครนเบอร์รี่ไม่ว่าจะเป็นในรูปของน้ำผลไม้ แคปซูล ชงดื่ม ต่างก็ให้ประสิทธิภาพในการรักษาและป้องกันโรคเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ และอวัยวะภายในช่องท้องของสตรี สตรีที่มักประสบปัญหาการอั้นปัสสาวะและเกิดการอักเสบขื้นภายใน เมื่อได้รับประทานแครนเบอรี่อย่างน้อยเพียง 2 วัน ก็จะเห็นผล นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น จากการวิจัยใหม่ยังยกให้แครนเบอร์รี่เป็นตัวการสาคัญในการยับยั้งและรักษาการเกิดก้อนหิน ในไต ช่วยลดกรดไขมันในเส้นเลือด (ไขมันเลว) ช่วยให้ร่างกายสามารถคืนสู่ปกติได้หลังจากอาการชัก และสำคัญกว่านั้นคือช่วยในด้านการป้องกันมะเร็งcranberryไม่ใช่ยา แต่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติซึ่งมาจากผลแครนเบอร์รี่ที่ปลูกในแถบอเมริกาเหนือ จึงสามารถรับปะทานได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ ติดเชื้อ ในท่อปัสสาวะ ขจัดกลิ่นในปัสสสาวะ (ช่วยให้อวัยวะเพศสะอาด) รักษาและป้องกันเกี่ยวกับโรคที่มาจากเชื้อแบคทีเรีย</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient490.jpg"><img class="size-full wp-image-2013 alignright colorbox-2010" title="cranberry เบอรี่มหัศจรรย์" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient490.jpg" alt="" width="343" height="400" /></a>ในผลแครนเบอร์รี่ประกอบด้วยสารแอนตี้ออกซิเดนซ์จำนวนมากจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งยังช่วยให้ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา</p>
<p>ก่อนที่จะมาดูสรรพคุณของแครนเบอร์รี่เรามาดูกันว่าจะมีวิธีการทานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร<br />
วิธีการทานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด แครนเบอร์รี่สดจำนวนปานกลางหนักประมาณ 75 กรัม ทานให้ได้นะจ้ะต่อวันจะทานสดๆหรือคั้นน้ำก็ได้</p>
<p>ปริมาณที่ควรทาน รับประทานแครนเบอร์รี่ให้ได้หนึ่งส่วนทุกวันในกรณีร่างกานปกติ แต่ถ้ามีโอกาสติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะสูงควรดื่มวันละ 300 มล. ทุกวัน</p>
<p>ประโยชน์ที่สำคัญ<br />
แครนเบอร์รี่เป็นแหล่งที่ดีของไฟโทเคมิคอลแทนนินเข้มข้นมากจะช่วยเรื่อง การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะพบว่าน้ำแครนเบอร์รี่ถูกใช้รักษาทางเดินปัสสาวะอักเสบมานานแล้ว จากการศึกษาพบว่าแทนนินเข้มข้นเป็นสารต้านแบคทีเรีย โดยน้ำแครนเบอร์รี่อาจลดจำนวนแบคทีเรียที่เกาะอยุ่ในระบบทางเดินปัสสาวะ การศึกษาในผู้หญิงสูงวัยพบว่าการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะลดลงถึงครึ่งหนึ่งในผู้ที่ดื่มน้ำแครนเบอร์รี่ 300 มล. ทุกวันนานกว่า 6 เดือน<br />
สุขภาพหัวใจ แทนนินเข้มข้นเป้นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี จากการศึกษาพบว่าแทนนินสามารถยับยั้งการรวมตัวของคลอเลสเตอรอลไลโพโปรตีนความหนาแน่นต่ำที่เป็นอันตรายกับออกซิเจนทำให้ป้องกันหลอดเลือดแดงอุดตันยังพบว่าแทนนินเข้มข้นได้ในไวน์แดง (และเมล็ดองุ่น)และพบว่าเป็นสารสำคัญในการปกป้องหัวใจ</p>
<p><span style="color: #ff9900;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient491.jpg"><img class="size-full wp-image-2014 alignleft colorbox-2010" title="cranberry เบอรี่มหัศจรรย์" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient491.jpg" alt="" width="300" height="227" /></a>สรรพคุณประโยชน์ของแครนเบอร์รี่</span><br />
ช่วยบำรุงสายตา<br />
ช่วยลดการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ<br />
ช่วยบำรุงให้หัวใจแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง<br />
ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆในร่างกาย<br />
ช่วยทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้นสดใสเพราะ แครนเบอร์รี่มีวิตามินซีอยู่สูงมาก<br />
แก้โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ แครนเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรียจึงมีสรรพคุณต่อกรกับโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เนื่องจากในแครนเบอร์รี่มีสาร</p>
<p>หลายชนิดที่ช่วยหยุดการเกาะตัวของแบคทีเรียที่บริเวณผนังทางเดินปัสสาวะ คนที่เป็นโรคนี้ให้ดื่มน้ำแครนเบอร์รี่เข้มข้นไม่มีน้ำตาลแก้วละ 250 มิลลิลิตรทุกวัน วันละ 3 แก้ว ถ้าจิบวันละ 1 แก้วจะช่วยป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นโรคนี้ได้อีก หรือรับประทานอาหารเสริมที่มีสารสกัดจากแครนเบอร์รี่วันละ 800 มิลลิกรัมก็จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายแข็งแรงช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากอากาศหนาว แครนเบอร์รี่มีวิตามินซีสูงจึงช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่มากับอากาศหนาวได้และยังเหมาะที่จะนำไปทำเครื่องดื่มประเภทสมูธตี้ผลไม้ นำส้มคั้นลูกขนาดกลางหนึ่งลูก เกรฟฟรุทครึ่งลูกคั้นเอาแต่น้ำใส่ในเครื่องปั่นเติมแครนเบอร์รี่ 2 กำมือและกล้วย 1 ผลลงไป ปั่นให้เข้ากัน</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient492.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2015 colorbox-2010" title="cranberry เบอรี่มหัศจรรย์" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient492.jpg" alt="" width="300" height="265" /></a>ดื่มเพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานและช่วยให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าเหมือนอยู่ในฤดูร้อนที่แสนสดใสริมฝีปากเนียนนุ่มชุ่มชื่น แครนเบอร์รี่อุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่นจึงเหมาะที่จะนำไปทำเป็นลิปมัน เพื่อป้องกันริมฝีปากแห้งแตกในช่วงหน้าหนาว นำแครนเบอร์รี่ 10 ผลผสมกับน้ำมันสวีทอัลมอนด์ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา น้ำมันวิตามินอี 1 หยด ไปต้มจนเดือด นำส่วนผสมที่ได้ไปบดให้ละเอียดผ่านกระชอน เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น นำมาทาเวลาปากแห้ง</p>
<p>แครนเบอร์รี่ (Cranberries) เป็นหนึ่งในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มีผลเล็ก ๆ สีแดงสด รสชาติหวานอมเปรี้ยว มักจะปลูกในแถบประเทศอเมริกา และแคนาดา แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ทานเจ้าผลไม้นี้แบบสด ๆ กันสักเท่าไหร่ มักจะได้ทานแครนเบอร์รี่ในรูปแบบที่ผสมมากับอาหารชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น น้ำผลไม้ ซอสแยม โยเกิร์ต รวมทั้งแครนเบอร์รี่อบแห้ง<br />
ส่วนใครที่เห็นว่า แครนเบอร์รี่ ลูกเล็ก ๆ นี้ ไม่น่าจะมีฤทธิ์อะไรต่อสุขภาพมากนัก ขอบอกว่า คิดผิดถนัดค่ะ เพราะเจ้าลูกเล็ก ๆ นี้แหละที่มีสารอาหารมากมายโดย แครนเบอร์รี่สด ๆ 100 กรัม จะให้สารอาหารดังนี้<br />
<a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient493.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2016 colorbox-2010" title="cranberry เบอรี่มหัศจรรย์" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/02/super-nutrient493.jpg" alt="" width="450" height="295" /></a>พลังงาน 46 กิโลแคลอรี<br />
ไฟเบอร์ 4.6 กรัม<br />
น้ำตาล 4.04 กรัม<br />
แคลเซียม 8 มิลลิกรัม<br />
แมกนีเซียม 6 มิลลิกรัม<br />
แมงกานีส 0.15 มิลลิกรัม<br />
ฟอสฟอรัส 13 มิลลิกรัม<br />
โพแทสเซียม 85 มิลลิกรัม<br />
โซเดียม 2 มิลลิกรัม<br />
วิตามินซี 13.3 มิลลิกรัม<br />
วิตามินเอ 60 IU<br />
วิตามินเค 5.1 ไมโครกรัม<br />
แคโรทีน 36 ไมโครกรัม<br />
ลูทีน และซีแซนทีน 91 ไมโครกรัม</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยพบว่า ในแครนเบอร์รี่มีสารโปรแอนโธไซยานิดีน (Proanthocyanidine) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสีกลุ่มสีม่วงที่ดีกับสุขภาพเส้นเลือดอีกด้วย แถมยังช่วยป้องกันโรคเหงือก และแผลในช่องท้องได้อีกต่างหาก</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>February 20, 2012 -- <a href="http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-cranberry/" title="น้ำแครนเบอร์รี่ (Cranberry)">น้ำแครนเบอร์รี่ (Cranberry)</a> (0)</li><li>January 13, 2012 -- <a href="http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-cranberry/" title="แครนเบอร์รี่ Cranberry">แครนเบอร์รี่ Cranberry</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/cranberry-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แครนเบอร์รี่ Cranberry</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-cranberry/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-cranberry/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2012 08:43:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>
		<category><![CDATA[Cranberry]]></category>
		<category><![CDATA[แครนเบอร์รี่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=2000</guid>
		<description><![CDATA[แครนเบอร์รี่ Cranberry แครนเบอร์รี่เบอรี่มหัศจรรย์ อาจลดการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ ช่วยให้หัวใจแข็งแรอยู่เสมอ อาจมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/01/super-nutrient505.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2001 colorbox-2000" title="แครนเบอร์รี่ Cranberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/01/super-nutrient505.jpg" alt="" width="500" height="333" /></a></p>
<p><span style="color: #339966;">แครนเบอร์รี่ Cranberry</span><br />
แครนเบอร์รี่เบอรี่มหัศจรรย์<br />
อาจลดการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ ช่วยให้หัวใจแข็งแรอยู่เสมอ<br />
อาจมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ<br />
แทนนินเข้มข้นในแครนเบอร์รี่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีทั้งยังมีฟทธิ์ต้านแบคทีเรียและการอักเสบด้วย</p>
<p>แครนเบอร์รี่ หรือ เบอร์รี่นกกระสา เรียกชื่อตามฤดูกาลที่ผลเบอร์รี่สุกงอม และเป็นช่วงที่นกระสามาชุมนุมกัน เติบโตในประเทศเย็นของซีกโลกเหนือ มีสีแดง ฤดูเก็บเกี่ยวแครนเบอร์รี่จากตุลาคม-ธันวาคมเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีคุณประโยชน์ไม่แพ้เบอร์รี่ชนิดอื่น คุณสมบัติทางยาของผล แครนเบอร์รี่ เป็นที่ยอมรับกันมามากกว่า 100 ปีแล้ว มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ประกอบด้วย ตัวที่ออกฤทธิ์การขยายหลอดเลือดซึ่งได้นำมาใช้แก้ปัญหาระบบทางเดินหายใจ</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/01/super-nutrient484.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2005 colorbox-2000" title="แครนเบอร์รี่ Cranberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/01/super-nutrient484.jpg" alt="" width="500" height="334" /></a>แครนเบอร์รี่ :เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีคุณ ประโยชน์ไม่แพ้ผลเบอร์รี่ชนิดอื่น แครนเบอร์รี่ คือหนึ่งในผลไม้มหัศจรรย์ช่วยต้านการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ จากงานวิจัยล่าสุดพบว่าช่วยป้องกันโรคเหงือก และแผลในช่องท้องได้ ผลงานวิจัยโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่า การดื่มน้ำแครนเบอร์รี่วันละ 300 มิลลิลิตร จะช่วยลดจำนวนแบคทีเรียในปัสสาวะลงได้ แครนเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงมีสรรพคุณในการรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ</p>
<p>แครนเบอร์รี่ของอเมริกาเหนือ มีประวัติมายาวนานและโดดเด่น ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งอาหาร แต่ยังถูกใช้ในงานเฉลิมฉลองต่าง ๆ และการดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง</p>
<p>แครนเบอร์รี่ มีสารอาหารจำนวนมาก และได้รับการวิจัยมาเป็นระยะเวลายาวนาน ผลไม้ชนิดนี้ มีความน่าสนใจในเรื่องของประโยชน์ในการป้องกันการติดเชื้อของ ระบบขับปัสสาวะ<br />
แครนเบอร์รี่ประกอบด้วย สารแอนโธไซยานินส์ ที่ช่วยป้องกันแบคทีเรียจากการสัมผัสกับเซลล์ในระบบการปัสสาวะ</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/01/super-nutrient485.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2006 colorbox-2000" title="แครนเบอร์รี่ Cranberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/01/super-nutrient485.jpg" alt="" width="500" height="332" /></a>นอกจากมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์แล้ว แครนเบอร์รี่ ยังมีคุณสมบัติในการต่อต้านมะเร็งและการอักเสบอย่างดียิ่งอีกด้วย<br />
ผลไม้นี้มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูง เช่น แอนโธไซยานินส์ โดยเฉพาะมีเคอร์เซติน ไกลโคไซด์ ที่ทำให้แครนเบอร์รี่ขจัดสารอนุมูลอิสระ และยับยั้งการทำงานของเอนไซม์สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ฟีนอล ยังแสดงถึงการเพิ่มของคลอเรสเตอรอลชนิดดี (HDL) และลดการออกซิเดชั่นของคลอเรสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) เพื่อลดความเสี่ยงของการอุดตันของไขมันที่หลอดเลือด</p>
<p>เรสเวอราตรอลเป็นสารต้านมะเร็งที่พบได้ในแครนเบอร์รี่ โดยจะช่วยยับยั้ง การเกิดขึ้นของเซลล์เนื้อร้าย และกระตุ้นกระบวนการขจัดเซลล์ ที่เป็นมะเร็งออกจากร่างกาย เรสเวอราตรอลยังมีคุณสมบัติ ในการต้านการอักเสบและต้านขบวนการออกซิเดชั่นได้ ดีอีกด้วย</p>
<p>แครนเบอร์รี่ อุดมด้วยสารอาหาร และเป็นแหล่งของสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่เยี่ยมยอด</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/01/super-nutrient486.jpg"><img class="size-full wp-image-2007 alignleft colorbox-2000" title="แครนเบอร์รี่ Cranberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/01/super-nutrient486.jpg" alt="" width="300" height="325" /></a>ในแครนเบอร์รี่ มีสารหลายชนิด ที่ช่วยหยุดการเกาะตัวของแบคทีเรียที่บริเวณผนังทางเดินปัสสาวะ คนที่เป็นโรคนี้ให้ดื่มน้ำแครนเบอร์รี่เข้มข้น ไม่มีน้ำตาลแก้วละ 300 มิลลิลิตรทุกวัน จะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ได้อีก โดยลักษณะของแครนเบอร์รี่ ที่ให้ผลทางการป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจะจะอยู่ในรูปของน้ำแครนเบอร์รี่หรือในรูปแคปซูล จากการศึกษาในกลุ่มของผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์กับการรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ พบว่าสามารถลดอัตราการติดเชื้อได้ถึง 50%</p>
<p>หรือรับประทานอาหารเสริมที่มีสารสกัดจากแครนเบอร์รี่วันละ 800 มิลลิกรัม ก็จะช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายแข็งแรง ช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากอากาศหนาวเนื่องจากแครนเบอร์รี่มีวิตามินซีสูง จึงช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่มากับอากาศหนาวได้ นอกจากนี้ วิตามินซีในแครนเบอร์รี่ยังช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่น จึงเหมาะที่จะนำไปทำเป็นลิปมัน เพื่อป้องกันริมฝีปากแห้งแตกในช่วงหน้าหนาวด้วย สารสกัดจากผลเบอร์รี่ อย่างแครนเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และแบล็กเบอร์รี่นั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารฟลาโวนอยด์ที่ชื่อแอนโธไซยานิดินส์ (Anthocyanidins) สามารถเสริมสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจนได้ และจากการศึกษาพบว่าสารในแครนเบอร์รี่ยังงช่วยต่อต้านอาการป่วยเรื้อรังของสมอง อย่างอาการความจำ</p>
<p>ในปี คศ. 1979 มีการตีพิมพ์เผยแพร่บทความทางการแพทย์ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ โดยตีพิมพ์เผยแพร่เดือนละ 2 ครั้ง เป็นวารสารทางการแพทย์ซึ่งเป็นที่สนใจมาก เกี่ยวข้องกับโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ. มีการตีพิมพ์เผยแพร่ภายใต้การอุปถัมภ์ของ Infectious Diseases Society of America (IDSA). ซึ่ง IDSA เป็นองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยมีตัวแทนทั้งแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ กว่า 7,500 คน ซึ่งเชี่ยวชาญโดยเฉพาะทางด้านโรคที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ. ข้อมูลของ IDSA ติดตามรายละเอียดได้ในเวบไซต์ http://www.idsociety.org.</p>
<p>แคลิดาส เช็ตตี้ (Kalidas Shetty) และคณะผู้ร่วมงานจากมหาวิทยาลัยแห่งแมสซาชูเซตส์ ณ แอมเฮิร์สต์ ได้ทำการทดลองเติมส่วนผสมของผงเครื่องเทศและผลแครนเบอร์รี่ในอัตราส่วนต่างๆ กัน เพื่อฆ่าเชื้อ Vibrio parahaemolyticus แบคทีเรียในอาหารทะเลซึ่งเป็นสาเหตุของตะคริวที่ท้องในช่วงสั้นๆ เป็นเวลา 2 วัน พบว่าแครนเบอร์รี่จะเต็มไปด้วยสารประกอบฟีโนลิกที่สามารถยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ดังกล่าวได้</p>
<p>แครนเบอร์รี่ช่วยป้องกันฟันผุ บีซีนิวส์รายงานว่านักวิจัยพบสารประกอบในแครนเบอร์รี่ อาจช่วยหยุดยั้งแบคทีเรียจากการยึดเกาะและสร้างคราบหินปูนที่เป็นตัวการทำให้ฟันผุ ผลการศึกษานี้ที่จัดทำโดยยูนิเวอร์แซล ออฟ โรเชสเตอร์ เมดิคัล เซนเตอร์ในนิวยอร์ก จะตีพิมพ์เผยแพร่ในแครีส์ รีเสิร์ช ดร.คูกล่าวว่า เป้าหมายในการศึกษาคือ การสกัดคุณสมบัติในการป้องกันฟันผุจากแครนเบอรี เพื่อนำไปเติมในยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปาก อย่างไรก็ดีขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใดผลไม้ชนิดนี้จึงมีคุณประโยชน์ในการปกป้องฟัน</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/01/super-nutrient487.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-2008 colorbox-2000" title="แครนเบอร์รี่ Cranberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2012/01/super-nutrient487.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a>ระหว่างการศึกษา นักวิจัยใส่วัสดุทดแทนกระดูก ‘ไฮดรอกซีแอปาไทต์’ (hydroxypatite) ที่ทำหน้าที่เสมือนผิวฟัน ลงไปในน้ำแครนเบอรี จากนั้น จึงเติมเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอกคัส มิวแทนส์ (streptococcus mutans) ที่ทำให้เกิดโรคในช่องปากหรือคราบหินปูนลงไป แบคทีเรียชนิดนี้เกิดจากการกินน้ำตาลซึ่งจะทำให้เกิดโรคในช่องปาก เนื่องจากจะขับกรดที่ทำให้ฟันผุออกมา และคราบหินปูนก็คือสารที่มีลักษณะเหนียวที่ก่อตัวจากแบคทีเรียจากเศษอาหาร น้ำลาย และกรดคราบหินปูนจะเกาะติดอยู่บนฟัน กลายเป็นสรวงสวรรค์ของแบคทีเรียที่กินน้ำตาลเป็นอาหารและขณะเดียวกันก็ผลิตกรดที่ทำลายฟันออกมาเพิ่ม</p>
<p>สิ่งที่พบคือ ภายในเวลา 7 เดือนในการศึกษา แครนเบอรีช่วยปกป้องฟันได้ถึง 80% โดยไม่เพียงปกป้องแบคทีเรียใหม่ๆ จากการเกาะซอกฟัน แต่สารสกัดในผลไม้ชนิดนี้ยังสกัดกั้นเอนไซม์ของแบคทีเรียที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างคราบหินปูนได้อีกด้วย ดร.คูเสริมว่า จำเป็นต้องทำการทดสอบในห้องวิจัยต่อไป เพื่อแยกสารประกอบดังกล่าวออกมาก่อนนำไปทดลองทางคลินิกกับคนไข้</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>February 20, 2012 -- <a href="http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-cranberry/" title="น้ำแครนเบอร์รี่ (Cranberry)">น้ำแครนเบอร์รี่ (Cranberry)</a> (0)</li><li>February 20, 2012 -- <a href="http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/cranberry-%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c/" title="cranberry เบอรี่มหัศจรรย์">cranberry เบอรี่มหัศจรรย์</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2012/nutrient/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-cranberry/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การแปรรูปสร้างมูลค่าขมิ้นชัน</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%a1/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%a1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Dec 2011 10:57:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1992</guid>
		<description><![CDATA[การแปรรูปสร้างมูลค่าขมิ้นชัน ขมิ้นชัน เป็นสมุนไพรพื้นบ้านชนิดหนึ่ง ที่ปลูกกันมานานแทบทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคใต้ ซึ่งนิยมใช้ขมิ้นชันสดเป็นส่วนประกอบของอาหาร เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient473.jpg"><img class="size-full wp-image-1993 alignleft colorbox-1992" title="การแปรรูปสร้างมูลค่าขมิ้นชัน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient473.jpg" alt="" width="290" height="264" /></a><span style="color: #008080;">การแปรรูปสร้างมูลค่าขมิ้นชัน</span></p>
<p>ขมิ้นชัน เป็นสมุนไพรพื้นบ้านชนิดหนึ่ง ที่ปลูกกันมานานแทบทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคใต้ ซึ่งนิยมใช้ขมิ้นชันสดเป็นส่วนประกอบของอาหาร เช่น เป็นส่วนผสมของพริกแกงเหลือง ไก่ต้มขมิ้น เป็นต้น ปัจจุบันมีการขยายพื้นที่ปลูกขมิ้นชันเป็นการค้ามากขึ้น เนื่องจากสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย นอกจากนำมาใช้ปรุงอาหารแล้วยังช่วยในการแต่งสีอาหาร เป็นส่วนประกอบเครื่องสำอาง รวมถึงการใช้ทำยา มีสรรพคุณแก้ทองอืด ท้องเฟ้อ</p>
<p>นอกจากการใช้ประโยชน์จากขมิ้นชันสดแล้ว การแปรรูปขมิ้นชันจะเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตของขมิ้นชัน ซึ่งสามารถทำรายได้สูงกว่าการขายผลผลิตสดหลายเท่า แต่จะมีกรรมวิธีที่ยุ่งยากกว่า ถ้าเกษตรกรผลิตได้ถูกวิธีและมีคุณภาพ จะทำให้ผลผลิตจากการแปรรูปจำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้น</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient474.jpg"><img class="size-full wp-image-1994 alignright colorbox-1992" title="ขมิ้นชัน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient474.jpg" alt="" width="292" height="292" /></a>หลังจากที่เกษตรกรผู้ปลูกขมิ้นชันเก็บเกี่ยวขมิ้นชันแล้ว ส่วนหนึ่งจะขายผลผลิตสดให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร โดยกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรจะดำเนินการแปรรูปขั้นต้นที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเอง เนื่องจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรก็ดำเนินการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ขมิ้นชันด้วย เช่น สบู่ขมิ้นชัน ขมิ้นชันแค็ปซูล ครีมอาบน้ำ ข้าวเกรียบขมิ้น เป็นต้น หรือแปรรูปตามความต้องการของลูกค้า ได้แก่ พ่อค้าคนกลาง หรือโรงงานแปรรูปที่จะรับซื้อผลผลิตเพื่อเข้าสู่การผลิตในอุตสาหกรรมแต่ละประเภทต่อไป ซึ่งการแปรรูปขั้นต้น ได้แก่ การทำขมิ้นแห้ง การทำขมิ้นผง และการกลั่นน้ำมันหอมระเหย โดยแต่ละประเภทมีรายละเอียด ดังนี้</p>
<p>ขมิ้นชันแห้ง<br />
1. ทำความสะอาด คัดแยกหัวและแง่งออกจากกัน ตัดรากและส่วนต่างๆ ที่ไม่ต้องการทิ้ง คัดเลือกส่วนสมบูรณ์ปราศจากโรคและแมลง นำมาล้างด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง เนื่องจากขมิ้นชันเป็นพืชหัวอยู่ใต้ดิน การล้างทำความสะอาดจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด หลังจากนั้นควรใส่ตะกร้าทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient475.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1995 colorbox-1992" title="ขมิ้นชัน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient475.jpg" alt="" width="500" height="150" /></a>2. นำขมิ้นที่ล้างแล้วมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ ใส่ในภาชนะที่มีรู โปร่ง อย่าให้ทับซ้อนกัน นำไปตากแดด หมั่นกลับบ่อยๆ ประมาณ 10-20 นาที ต่อครั้ง จะทำให้ขมิ้นแห้งเร็ว เมื่อแห้งจะมีขนาดเล็กลง ขมิ้นชันตากแดดจัดๆ ประมาณ 2 วัน ก็แห้งสนิท หรือกรณีทำให้แห้งโดยใช้เครื่องอบแห้ง ถ้าใช้เครื่องอบแห้งแบบอุโมงค์ จะอบที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 8-12 ชั่วโมง หรือตากแดด 3 วัน อบ 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3 ชั่วโมง อนึ่ง การทำแห้งโดยตากแดดที่ใช้เวลานาน อาจจะมีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ได้มาก และสีของขมิ้นแห้งจากการอบจะสวยกว่าตากแดด</p>
<p>ถ้าหากทำแห้งทั้งแง่ง จำนวนแง่งขมิ้นที่ทำความสะอาดแล้วต้มในน้ำเดือดนาน 1-2 ชั่วโมง หรือต้มในน้ำด่างอ่อน เพื่อช่วยเพิ่มสีแดงและลดสีเหลือง เช่น ต้มในน้ำด่างแคลเซียมออกไซด์ 1% ใช้เวลา 3 ชั่วโมง หรือต้มในโพแทสเซียมคาร์บอเนต 2.5% ใช้เวลา 1 ชั่วโมง เป็นต้น แล้วนำไปตากแดดจนแห้ง ประมาณ 6-8 วัน หรือใช้เครื่องเป่าลมร้อน 65-70 องศาเซลเซียส</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient476.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1996 colorbox-1992" title="ขมิ้นชัน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient476.jpg" alt="" width="250" height="200" /></a>ขมิ้นที่แห้งแล้วควรบรรจุในภาชนะที่สะอาด ปิดให้สนิท เก็บในที่แห้งและสะอาด หากยังไม่ได้นำไปใช้ให้นำออกผึ่งในที่ร่มทุก 3-4 เดือน และไม่ควรเก็บไว้นาน เนื่องจากปริมาณน้ำมันหอมระเหยจะลดประมาณ 25% เมื่อเก็บไว้นาน 2 ปี</p>
<p>ขมิ้นชันสดปริมาณ 8 กิโลกรัม ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 8.75 บาท คิดเป็นมูลค่า 70 บาท เมื่อนำมาแปรรูปเป็นขมิ้นชันแห้ง จะได้ปริมาณขมิ้นแห้ง 1 กิโลกรัม ราคา 135 บาท หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขมิ้นชัน กิโลกรัมละ 65 บาท</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient477.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1997 colorbox-1992" title="ขมิ้นชัน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient477.jpg" alt="" width="250" height="200" /></a>ขมิ้นชันผง</span><br />
วิธีการผลิต ก็โดยการนำขมิ้นชันสดมาแปรรูปเป็นขมิ้นชันแห้ง ด้วยวิธีการที่กล่าวมาแล้ว หลังจากนั้นนำขมิ้นแห้งที่ได้มาบดให้ละเอียดด้วยเครื่องบด</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>No Related Post</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เวลากับการกินขมิ้น</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Dec 2011 10:27:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1984</guid>
		<description><![CDATA[เวลากับการกินขมิ้น กินขมิ้นชันตามเวลาต่อไปนี้จะได้ผลโดยตรงกับอวัยวะส่วนนั้น เวลา 03.00 &#8211; 05.00 น. ช่วยบำรุงปอดป้องกันการเป็นมะเร็งปอด ช่วยทำให้ปอดแข็งแรง ช่วยเรื่องภูมิแพ้ของจมูกที่หายใจไม่สะดวก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient468.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1985 colorbox-1984" title="ขมิ้น" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient468.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a><span style="color: #808000;">เวลากับการกินขมิ้น</span></p>
<p>กินขมิ้นชันตามเวลาต่อไปนี้จะได้ผลโดยตรงกับอวัยวะส่วนนั้น</p>
<p>เวลา 03.00 &#8211; 05.00 น. ช่วยบำรุงปอดป้องกันการเป็นมะเร็งปอด ช่วยทำให้ปอดแข็งแรง ช่วยเรื่องภูมิแพ้ของจมูกที่หายใจไม่สะดวก และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ผิวหนัง</p>
<p>เวลา 05.00 &#8211; 07.00 น. ช่วยแก้ปัญหาลำไส้ใหญ่ถ้าเคยกินยาถ่ายมาเป็นเวลานาน ให้กินขมิ้นชันเวลานี้<br />
ขมิ้นชันจะฟื้นฟูปลายประสาทของลำไส้ใหญ่แต่ต้องกินเป็นประจำ ถึงจะทำให้ลำไส้ใหญ่บีบรัดตัว เพื่อขับถ่ายอย่างปกติ แก้ปัญหาลำไส้ใหญ่กลืนลำไส้เล็ก หรือลำไส้ใหญ่มีปัญหาถ่ายมากเกินไปหรือถ่ายน้อยเกินไป ถ้าลำไส้ใหญ่ไม่มีปัญหา ให้กินขมิ้นชันพร้อมกับสูตรโยเกิต + นมสด + น้ำผึ้ง + มะนาว หรือน้ำอุ่นก็ได้ จะไปช่วยล้างผนังลำไส้ ที่มีหนวดเป็นขนเล็กๆ อยู่เป็นล้านๆเส้น ซึ่งขนเหล่านี้มีหน้าที่ดูดซึมสารอาหารเพื่อไปสร้างเม็ดเลือดขมิ้นชันจะช่วยล้างให้สะอาดได้ ก็จะไม่ค่อยมีขยะตกค้างจึงไม่เกิดแก๊สพิษที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวและจะไม่ค่อยเป็นริดสีดวงทวาร ไม่เป็นมะเร็งลำไส้</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient469.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1986 colorbox-1984" title="ขมิ้น" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient469.jpg" alt="" width="300" height="290" /></a>เวลา 07.00 &#8211; 09.00 น. ช่วยแก้ปัญหาเรื่องกระเพาะอาหารเกิดจากการกินข้าวไม่เป็นเวลา ท้องอืด จุกแน่น<br />
ปวดเข่า ขาตึง ช่วยบำรุงสมองป้องกันความจำเสื่อม</p>
<p>เวลา 09.00 &#8211; 11.00 น. ช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำเหลืองเสียมีแผลที่ปาก อ้วนเกินไป ผอมเกินไปที่เกี่ยวกับม้ามลดอาการของโรคเก๊าต์ ลดอาการเบาหวาน</p>
<p>เวลา 11.00 &#8211; 13.00 น. สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจมีหรือไม่มี ถ้ากินขมิ้นชันเวลานี้ จะช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง ถ้าเลยเวลา 11.00 น.ไปแล้ว ขมิ้นชันจะไปทำงานที่ตับแล้วตับจะส่งมาที่ปิด ปอดจะส่งไปยังผิวหนังแต่ส่วนมากมาไม่ถึงเพราะกินขมิ้นชันน้อยเกินไปอวัยวะส่วนอื่นจะดึงไปใช้งานก่อนเลยมาไม่ถึงผิวหนัง<br />
จึงต้องลงขมิ้นชันทางผิวหนังช่วยอีกทางหนึ่ง</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient470.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1987 colorbox-1984" title="ขมิ้น" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient470.jpg" alt="" width="450" height="300" /></a>เวลา 15.00 &#8211; 17.00 น. ช่วยดูแลหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรงแก้ปัญหาเรื่องตกขาวของสตรีและควรกินน้ำกระชายเวลานี้ด้วยจะช่วยดูแลหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรงช่วงเวลานี้ควรทำให้เหงือกออกจะดีมาก<br />
เพราะร่างกายต้องการขับสารพิษให้ได้มากที่สุดในเวลานี้กินเหลือเลยเวลาจากช่วงนี้ จนไปถึงการกินก่อนนอนขมิ้นชันจะไปช่วยเรื่องความจำให้ความจำดีตื่นนอนขึ้นมาตอนเช้าจะไม่ค่อยอ่อนเพลียและช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้นกินขมิ้นชันมากๆ จะช่วยขับไล่ไรฝุ่นที่ผิวหนังไม่เป็นผดผื่นคันง่ายๆและช่วยขับไขมันในตับ ถ้ากินปริมาณมาก</p>
<p>กินขมิ้นชัน แบบผงหรือบรรจุแคปซูลควรเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่มีมาตรฐานและสะอาดเชื่อถือได้ ไร้สารเคมี<br />
ไม่มีสเตรอยที่เกิดจากการอบแห้งด้วยความร้อนเกิน 65 องศาควรตัดสินใจเอง เพราะเราจะต้องกินทุกวัน<br />
ก็ควรกินให้ปลอดภัยและสบายใจ ถ้ากินขมิ้นชัน แบบผง 1 ช้อนชาใช้ผสมน้ำ 1 แก้ว (ไม่เต็ม)</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff6600;">ขมิ้นชันจะไหลผ่านส่วนต่างๆ ตั้งแต่</span></p>
<p>- ผ่านลำคอ ช่วยขับไล่ไรฝุ่นที่ลำคอไปผ่านปอดช่วยดูแลปอดให้หายใจดีขึ้น ลดความชื้นของปอด<br />
- ผ่านม้าม ก็ลดไขมัน และปรับน้ำเหลืองไม่ให้น้ำเหลืองเสีย<br />
- ผ่านกระเพาะอาหาร ก็จะรักษาแผลในกระเพาะอาหาร<br />
- ผ่านลำไส้ ก็สมานแผลลำไส้<br />
- ผ่านตับ ก็ไปบำรุงตับ ล้างไขมันในตับ</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient471.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1988 colorbox-1984" title="ขมิ้น" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient471.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a>ขมิ้นชันยังช่วยดูแลเซลล์ต่างๆ ที่ฉีกขาดก็จะไปเชื่อมให้และไปกวาดขยะ กวาดไขมันมากองไว้ถ้าจะอุ้มขยะไปทิ้งโดยการถ่ายก็กินอาหารปกติเช่น พืช ผัก ผลไม้ ที่มีกากใย หรือกินน้ำลูกสำรอง (พุงทลาย)เพื่ออุ้มไขมัน อุ้มแก๊สไปทิ้ง</p>
<p>คนธาตุเบา แสดงว่ามีการระคายเคือง อักเสบ เป็นแผลเรื้อรังบางอย่างที่ผนังลำไส้เป็นอาจิณ</p>
<p>คนธาตุหนัก แสดงว่าปลายประสาทลำไส้ใหญ่เสื่อมอาจเกิดจากการกินยาถ่ายเป็นประจำ หรือดื่มน้ำน้อย<br />
ทั้งธาตุเบาและธาตุหนักไม่ดีทั้งคู่ ถ้าเป็นอย่างนี้แสดงว่ามีปัญหาที่ลำไส้และปลายประสาทลำไส้ใหญ่ผิดปกติ<br />
หากปล่อยไว้วันข้างหน้าจะมีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ควรกินขมิ้นชันเป็นประจำเพื่อค่อยๆ ปรับให้เข้าที่แล้ว จะกลับมาถ่ายเป็นปกติ</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient472.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1989 colorbox-1984" title="ขมิ้น" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient472.jpg" alt="" width="290" height="290" /></a>ถ้ากินขมิ้นชันสดๆ ต้องปอกเปลือกก่อนแต่ถ้าทำขมิ้นบดเป็นผง ต้องนำขมิ้นมาต้มน้ำให้เดือดสักพักหนึ่ง<br />
เสร็จแล้วตักออกนำมาผึ่งให้เย็นหั่นเป็นแว่นเล็กๆตากแดดจนแห้ง อาจจะตากหลายครั้งแล้วถึงจะนำมาบดให้เป็นผง ถ้าใช้เครื่องอบให้ขมิ้นแห้งความร้อนไม่ควรเกิน 65 องศาถ้าความร้อนเกินอาจเกิดสารสเตรอยด์ได้</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>No Related Post</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การใช้ประโยชน์จากขมิ้น</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Dec 2011 04:36:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>
		<category><![CDATA[การใช้ประโยชน์จากขมิ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1975</guid>
		<description><![CDATA[การใช้ประโยชน์จากขมิ้น ตัดแง่งขมิ้นมาพอสมควรนำมาล้างให้สะอาด (ควรทำขั้นตอนนี้ทุกครั้งของการใช้สมุนไพร) แล้วตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำเจือน้ำสุกเท่าตัวนำมาดื่มครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 &#8211; 4 ครั้ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient4631.jpg"><img class="size-full wp-image-1976 alignleft colorbox-1975" title="การใช้ประโยชน์จากขมิ้น" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient4631.jpg" alt="" width="300" height="251" /></a><span style="color: #ff6600;">การใช้ประโยชน์จากขมิ้น</span><br />
ตัดแง่งขมิ้นมาพอสมควรนำมาล้างให้สะอาด (ควรทำขั้นตอนนี้ทุกครั้งของการใช้สมุนไพร) แล้วตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำเจือน้ำสุกเท่าตัวนำมาดื่มครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 &#8211; 4 ครั้ง หรือเติมเกลือเล็กน้อย เพื่อใช้รักษาอาการท้องร่วง บิด</p>
<p>ใช้ผงขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะ นำมันผสมกับน้ำมันมะพร้าว 2 &#8211; 3 ช้อนโต๊ะ เอามาเคี่ยวด้วยไฟอ่อน จนได้น้ำมันสีเหลือง แล้วนำมาใช้ใส่แผล หรือนำมาพอกบริเวณที่ปวดเมื่อยหรือเคล็ดได้</p>
<p>นำผงขมิ้นมาผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม ปั้นเป็นลูกกลอน ขนาดปลายนิ้วก้อย รับประทาน 2 &#8211; 3 เม็ด หลังอาหาร และก่อนนอน เพื่อรักษา อาการโรคกระเพาะท้องขึ้น</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient464.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1977 colorbox-1975" title="การใช้ประโยชน์จากขมิ้น" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient464.jpg" alt="" width="500" height="405" /></a>นำขมิ้นแห้ง 25 กรัม + ว่านนางคำ 200 กรัม + ไพล 50 กรัม + ดินสอพอง 1000 กรัม นำมาบดผสมกัน ใช้พอกหน้า และตัวเพื่อบำรุงผิวได้ (ถ้าผิวมันใช้ผสมกับน้ำมะกรูดเผาไฟ ถ้าผิวแห้ง ใช้ผสมกับน้ำผึ้ง หรือ นมสด) ควรพอกประมาณ 5 &#8211; 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ตามด้วยน้ำเย็น สลับกันใช้ผงขมิ้นละลายน้ำทาบ่อย ๆตรงบริเวณที่คัน หรือ คันจากยุงกัดมดกัด</p>
<p>ทำครีมสมุนไพร เพื่อใช้แทนสบู่ และลดรอยเหี่ยวย่นและจุดด่างดำ เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า โดยนำมะขามเปียก 300 กรัมมาแช่น้ำและบีบน้ำแล้วนำมากรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วเอาตั้งใส่หม้อเคลือบตั้งไฟอ่อน ๆ เคี่ยวให้แห้งจากนั้น เติมนมสด 200 กรัม + น้ำผึ้ง 50 กรัม + ขมิ้นผง 1/2 ช้อนชา + ว่านนางคำผง 1/2 ช้อนชา คนให้แห้ง ยกลง ก็โดยชะโลมน้ำที่หน้าพอเปียก ป้ายครีมเล็กน้อย ลูบไล้จนทั่วหน้า ทิ้งไว้สักครู่ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด</p>
<p>วิธีทำยาทาผิว ใช้เหง้าขมิ้นสดมาหั่นบางๆ แล้วตากแห้ง นำมาบดเป็นผงให้ละเอียด เวลาจะใช้ให้นำมาผสมกับน้ำคนให้เข้ากัน ทาตามเนื้อตัวหรือใบหน้าหรือผสมกับน้ำนมทาตัวเอาไว้ก่อนจะอาบน้ำทิ้งไว้ 10 &#8211; 20 นาที เป็นอย่างน้อย แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือตามด้วยการอาบน้ำชำระร่างกาย ผลที่ได้รับคือ ช่วยให้ผิวนุ่มนวลเนียน แก้โรคผดผื่นคัน หรือจุดด่างดำบนร่างกายให้หายไป</p>
<p>วิธีทำครีมขัดและพอกหน้า นำขมิ้นผงผสมกับน้ำนม หรือน้ำผึ้ง จากนั้นล้างหน้า ให้สะอาดแล้วนำขมิ้นที่เตรียมไว้ขัดใบหน้าเบา ๆ จนทั่วพอกไว้อย่างนั้นประมาณ 5 นาที ล้างออกได้ด้วยน้ำอุ่น ๆ ผลที่ได้รับคือ ช่วยให้สิ้วเสี้ยนหลุดสมานผิวและรูขุมขน ช่วยรักษาแผลที่เกิดจากสิวอักเสบ ไม่ให้เกิดเป็นแผลเป็นทำให้ผิวหน้านุ่มและเนียน</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient465.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1978 colorbox-1975" title="การใช้ประโยชน์จากขมิ้น" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient465.jpg" alt="" width="300" height="366" /></a><span style="color: #ff6600;">การใช้ขมิ้นรักษาแผล, แมลงกัดต่อย</span><br />
1. ใช้ผงขมิ้นชัน 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันหมู 2-3 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ คนจนน้ำมันกลายเป็นสีเหลือง ใช้น้ำมันที่ได้ใส่แผล<br />
2. นำขมิ้นชันมาล้างให้สะอาด แล้วตำจนละเอียดคั้นเอาน้ำใส่แผล<br />
3. ผสมขมิ้นชันกับน้ำปูนใสเล็กน้อย และผสมสารส้มหรือดินประสิว พอกบริเวณที่เป็นแผล</p>
<p><span style="color: #800080;">การใช้ขมิ้นรักษากลาก เกลื้อน</span><br />
ผสมผงขมิ้นกับน้ำ แล้วทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน 2 ครั้งต่อวัน</p>
<p><span style="color: #33cccc;">วิธีการทานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด</span><br />
นำมาประกอบเป็นส่วนผสมในอาหาร</p>
<p><span style="color: #ff6600;">ปริมาณที่ควรทาน</span><br />
ใช้ขมิ้นสด 1 ช้อนชา หนัก 3 กรัม มาประกอบอาหาร ถ้าเป็นชนิดที่แงจะเข้มข้นกว่าแบบสดควรใช้ให้น้อยลง</p>
<p><span style="color: #3366ff;">ประโยชน์ที่สำคัญ</span><br />
ขมิ้นเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของไฟโทเคมิคอลเคอร์คูมิน มีส่วนในเรื่อง<br />
มะเร็งลำไส้ พบว่าคนที่ทานขมิ้นเป็นประจำมีอัตราเป็นมะเร็งลำไส้น้อย</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff6600;">กระตุ้นการย่อยอาหาร ขมิ้นมีส่วนช่วยในการหลั่งเอนไซม์ที่เริ่มทำให้คาร์โบไฮเดรตและไขมันแตกตัว</span></p>
<p><span style="color: #666699;">ผลต้านการอักเสบ</span><br />
เคอร์คูมินมีคุณสมบัติต้านการอักเสบและยับยั้งการรวมตัวของเกล็ดเลือด โดยมีอิทธิพลต่อการสร้างไอโคซานอยด์</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient466.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1979 colorbox-1975" title="การใช้ประโยชน์จากขมิ้น" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient466.jpg" alt="" width="249" height="199" /></a><span style="color: #ff6600;">Tips</span><br />
แง่งขมิ้น ให้ตัดเอาแง่งขมิ้นขนาดพอควรนำมาล้างให้สะอาดแล้วตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำเจือน้ำสุกเท่าตัวนำมากินครั้งละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-4ครั้ง หรือเติมเกลือเล็กน้อยให้กินง่ายขึ้น ใช้รักษาอาการท้องร่วง บิด ผงขมิ้น ให้ใช้ผงขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันหมู 2-3 ช้อนโต๊ะ เอามาเคี่ยวด้วยไฟอ่อนแล้วคนให้ทั่วจนเป้นสีเหลือง แล้วใช้น้ำมันที่ได้ใส่แผลหรือจะใช้ฟอกตามบริเวรที่เป็นแผลและยังใช้รักษาอาการเคล็ด หัวขมิ้นให้นำหัวขมิ้นมาขูดเอาหนื้อขมิ้นทาบริเวณที่ยุงกัดจะทำให้หายคันและตุ่มจะยุบหายไป</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient467.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1980 colorbox-1975" title="การใช้ประโยชน์จากขมิ้น" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient467.jpg" alt="" width="500" height="372" /></a>การทำผงขมิ้น ผงขมิ้นสกัดจากสมุนไพร เป็นเครื่องหอมแทนแป้งหอม นำมาทาตัวให้หอมและยังเป็นยาแก้ผดผื่นคันได้ดีวิธีทำผงขมิ้น นำหัวขมิ้นมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาฝานให้เป็นชิ้นบาง ๆ ตามจำนวนที่ต้องการ นำไปตากแดดให้แห้ง เมื่อแห้งดีแล้วนำมาตำใส่เครื่องหอม เช่น ดอกอ้ม ใบกะซัล ตำให้ละเอียดที่สุดแล้วกรองเอาแต่ผงละเอียด ก็จะได้ผงขมิ้นหอมตามที่ต้องการ</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>No Related Post</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำเฮคาร่าน้ำสมุนไพร</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 26 Dec 2011 04:01:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[โปรแกรมดูแลสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำเฮคาร่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1972</guid>
		<description><![CDATA[น้ำเฮคาร่าน้ำสมุนไพร น้ำดื่มสมุนไพร &#8220;เฮคารา&#8221; ค้นคว้าวิจัยโดย ศ.ดร.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ศ.พ.ต.ต.ดร.นพ.ยงยุทธ สาระสมบัติ อดีตรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยสมุนไพรหลัก 6 ชนิด 1. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/hekara.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1973 colorbox-1972" title="น้ำเฮคาร่าน้ำสมุนไพร " src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/hekara.jpg" alt="" width="400" height="361" /></a></p>
<p><span style="color: #ff6600;">น้ำเฮคาร่าน้ำสมุนไพร</span><br />
น้ำดื่มสมุนไพร &#8220;เฮคารา&#8221; ค้นคว้าวิจัยโดย ศ.ดร.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ศ.พ.ต.ต.ดร.นพ.ยงยุทธ สาระสมบัติ อดีตรัฐมนตรี</p>
<p>ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยสมุนไพรหลัก 6 ชนิด</p>
<p><span style="color: #33cccc;">1. สมุนไพรพลูคาว</span><br />
สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำเอกสารเผยแพร่ เรื่อง สมุนไพรน่ารู้ 1: ผักคาวตอง (พิมพ์ครั้งที่ 3, 2548, 85หน้า) ซึ่งบรรยายคุณภาพทางเคมี สรรพคุณ ความปลอดภัย ซึ่งในบทที่กล่าวถึงผักคาวตองกับการศึกษาด้านเภสัชวิทยา โดยกัลยา อนุลักขณาปกรณ์ เป็นผู้เขียน (หน้า 36 – 48) ได้</p>
<p>สรุปรายงานการวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของผักคาวตองที่เกี่ยวข้องกับ มะเร็งไว้หลายประการ เช่นฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็ง(Cytotoxicity against tumor cellline)ฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เม็ดเลือดขาว (Antileukemic activity)ในประเทศจีนมีการใช้ผักคาวตองเป็นส่วนประกอบยาสำหรับรักษา</p>
<p>มะเร็ง ทางเดินอาหาร มะเร็งทางเดินหายใจ เนื้องอกในรังไข่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ เบาหวาน</p>
<p><span style="color: #339966;">2. ปัญจขันธ์ หรือ เจียวกู่หลาน (Gynostemma Pentaphyllum Makino)</span> ปัญจขันธ์เป็นสมุนไพรที่มีการวิจัยในประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นจำนวนมากสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้สรุปผลทางเภสัชวิทยาไว้ได้แก่ ช่วยลดความเครียดและช่วยให้นอนหลับง่าย สามารถกำจัดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นตัว การสำคัญในการทำให้เกิดการเสื่อมของเซลล์ และทำให้ร่างกายสามารถสร้างสารต้านทานอนุมูลอิสระ (Superoxide Dismutase SOD) ได้มากถึง3 เท่าของที่เคยเป็น เพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายโดยควบคุมฮอร์โมนแห่งความ เครียด ซึ่งมักหลั่งออกมามากเมื่อร่างกายเราเกิดความเครียด ซึ่งมีผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง ติดเชื้อโรคได้ง่าย ลดความดันและลดไขมันหรือโคเลสเตอรอลในเลือดได้ นอกจาก นี้จากการศึกษา ยังพบว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการเผาผลาญไขมันของร่างกายได้อย่าง สมบูรณ์ขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้</p>
<p><span style="color: #ff6600;">3.กระชายดำหรือโสมไทย</span> ถูกจัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะ มีสรรพคุณเหนือกว่าโสม มีคุณประโยชน์ทุกอย่างที่โสมมี ช่วยขับลมในลำไส้ บำรุงกำลัง เพิ่มฮอร์โมนทำให้สมรรถภาพทางเพศดีขึ้น</p>
<p><span style="color: #3366ff;">4.เห็ดหลินจือ</span> เป็นยาจีนที่ใช้ดูแลสุขภาพมามากกว่า 2000 ปี นับตั้งแต่สมัยฉินซีฮ่องเต้เป็นเป็นต้นมา เห็ดหลินจือเป็นของหายากมีคุณค่าสูงในทางสมุนไพรจีน และได้ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์โบราณ “เสินหนงเปินเฉ่า” ซึ่งเป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีนมีคนนับถือมากที่สุด ได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” (Spiritual essence) มีพลังมหัศจรรย์ บำรุงร่างกายใช้เป็นยาอายุวัฒนะ เห็ดหลินจือทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น ให้พลังชีวิตมากขึ้นใช้บำรุงร่างกาย เป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้มีกำลัง ทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ ชัดเจนดีขึ้น ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสีหน้าแจ่มใส ชะลอความแก่ ส่วนสรรพคุณอื่นๆที่ได้รวบรวมไว้ได้แก่ รักษาและต้านมะเร็ง รักษาโรคตับ ความดันโลหิตสูง ขับปัสสาวะ ปรับความดันโลหิตทั้งสูงและต่ำ ภาวะมีบุตรยาก การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ โรคภูมิแพ้ โรคประสาท ลมบ้าหมู เส้นเลือดอุดตันในสมอง อัมพาต อัมพฤกษ์ ปวดเมื่อย ปวดข้อ โรคเกาต์ โรคเอสแอลอี เส้นเลือดหัวใจตีบ ตับแข็ง ตับอักเสบ ปวดประจำเดือน ริดสีดวงทวาร อาหารเป็นพิษ แผลในกระเพาะอาหารและลำใส้ บำรุงสายตา และความเชื่อดังกล่าว ยังคงสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน</p>
<p><span style="color: #ff6600;">5.มะรุม</span> ในทางการแพทย์จะช่วยใช้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ ป่วยเบาหวาน ควบคุมภาวะความดันโลหิตสูง ช่วยเพิ่มและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ โรคเก๊าท์ โรคกระดูกอักเสบ โรคมะเร็งในกระดูก โรครูมาติซั่ม รักษาโรคตาเกือบทุกชนิด เช่น โรคตามืดตามัวเพราะขาดสารอาหารที่จำเป็น โรคตาต้อ เป็นต้น หากรับประทานสม่ำเสมอ จะทำให้ตามีสุขภาพที่สมบูรณ์ รักษาโรคลำไส้อักเสบ โรคเกี่ยวกับท้อง ท้องเสีย ท้องผูกโรคพยาธิในลำไส้ รักษาปอดให้แข็งแรง รักษาโรคทางเดินของลมหายใจ และโรคปอดอักเสบ</p>
<p><span style="color: #3366ff;">6.ดอกคำฝอย</span> ลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิตสูง ช่วยขับเหงื่อ ช่วยระบายอ่อนๆดอกคำฝอยเป็นยาบำรุงโลหิต บำรุงประสาท แก้โรคผิวหนัง ลดไขมันในเส้นเลือด และช่วยป้องกันไขมันอุดตัน น้ำมันของดอกคำฝอยมีส่วนประกอบของกรดไลโนเลอิก ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวในประมาณสูง (ประมาณร้อยละ 75) จึงเชื่อว่าจะทำให้ประมาณโคเลสเตอรอลในเลือดต่ำลง และจากผลการวิจัยในสัตว์ทดลองและในคน พบว่า เมล็ดน้ำมันดอกคำฝอยช่วยทำให้ปริมาณโคเลสเตอรอลในเลือด ลดลงได้จริง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะกรดไลโนเลอิกจะไปทำปฏิกิริยากับโคเลสเตอรอลในเลือด ได้เป็นโคเลสเตอรอลไลโนเลเอท (choloesterol linoleate) และยังมีรายงานว่า น้ำมันดอกคำฝอยทำให้ฤทธิ์ของเอนไซม์ ที่ใช้ในการสังเคราะห์กรดไขมันลดลงอีกด้วย จากผลการวิจัยในสัตว์ทดลอง และในคนพบว่า น้ำมันดอกคำฝอย จะช่วยให้การอุดตันของไขมันในหลอดเลือดลดลง และช่วยป้องกันการอุดตันของไขมันในเลือดได้ ทั้งนี้อาจเป็นผลมาจากน้ำมันดอกคำฝอยมีฤทธิ์ลดการจับตัวของเกล็ดเลือดคนจีน ใช้รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด</p>
<p><span style="color: #993366;">สรุปคุณสมบัติของสมุนไพรในน้ำสมุนไพรเฮคารา</span><br />
1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรงมีความต้านทานต่อโรคต่าง ๆ ดีขึ้น<br />
2. สำหรับผู้ป่วยจะทำให้หายจากโรคต่าง ๆ เร็วขึ้น<br />
3. ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง<br />
4. ลดไขมัน และลดน้ำตาลในเลือด<br />
5. ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ทานได้ นอนหลับ ถ่ายสะดวก</p>
<p><span style="color: #ff6600;">คุณภาพมาตรฐานของการผลิตของสมุนไพรเฮคารา</span><br />
สมุนไพรสมุนไพรเฮคารา (ไม่มีแอลกอฮอล์) ผลิตโดย บ. เฮลท์อีสเวลท์ (โรงงานในเครือเชียงรายไวน์เนอรี) ซึ่งใช้มาตรฐานการผลิตไวน์ จึงมีมาตรฐานการผลิตสูงกว่าการผลิตสมุนไพรโดยทั่วไป ดังนี้คือ<br />
1. ผลิตโดยโรงงานซึ่งได้รับ GMP, HACCP, HALAL B584/2553 และได้รับมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรม จากกระทรวงอุตสาหกรรม (มอก.2089-2544)<br />
2. วัตถุดิบและสมุนไพรที่ควบคุมไม่ให้มีการใช้สารเคมีและใช้หลักปฏิบัติหรือได้ รับประกาศนียบัตร GAP (Good Agriculture Practice)<br />
3. ควบคุมการผลิตโดยนักวิทยาศาสตร์การอาหารระดับปริญญาเอก และภายใต้การแนะนำของแพทย์แผนปัจจุบันระดับศาสตราจารย์ และแพทย์แผนทางเลือกรวมทั้งเภสัชกรแผนโบราณ<br />
4. ได้รับอนุญาตการผลิตและการใช้ฉลากจาก อย.ของประเทศไทยถูกต้อง (เลขที่ อย.57-2-02452)<br />
5. ได้รับการจดทะเบียนเป็นโรงงานผลิตยาและอาหารที่ได้มาตรฐานจากสหรัฐอเมริกา (US FDA 10126321624)<br />
6. ได้มีการทำ Finger Print ของผลิตภัณฑ์ ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อควบคุมคุณภาพ</p>
<p><span style="color: #993300;">ผลก่อนและหลังดื่มและมาตราฐานการผลิตดูได้ที่ลิงค์ข้างล่างครับ<span style="color: #ff0000;"> (ราคาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้)</span></span><br />
- ซื้อ 1 ขวด ราคา 1,300 บาท + ค่าจัดส่ง 100 บาท<br />
- ซื้อ 2 ขวด ราคา 2,500 บาท ฟรี ค่าจัดส่ง (ประหยัด 200 บาท เหลือขวดละ 1,250 บาท)<br />
- ซื้อ 3 ขวด ราคา 3,500 บาท ฟรี ค่าจัดส่ง (ประหยัด 500 บาท เหลือขวดละ 1,167 บาท) แถมสบู่เอนไซม์มูลค่า 360 บาท<br />
- ซื้อ 6 ขวด ราคา 6,000 บาท ฟรี ค่าจัดส่ง (ราคาส่ง ประหยัด 1,900 บาท เหลือขวดละ 1,000 บาท)</p>
<p>เลขที่ อย.57-2-02452-1-0001<br />
ฮาลาล กอท.ฮล.B584/2553</p>
<p><span style="color: #ff00ff;">สนใจสั่งซื้อ : </span><span style="color: #0000ff;">ติดต่อไปที่คุณจิรวัฒน์ 082-333-2662, 082-333-2552</span></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>No Related Post</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%ae%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ขมิ้น Turmeric</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99-turmeric/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99-turmeric/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Dec 2011 12:58:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>
		<category><![CDATA[Turmeric]]></category>
		<category><![CDATA[ขมิ้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1960</guid>
		<description><![CDATA[ขมิ้น Turmeric ขมิ้น เป็นพืชล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในของเหง้าเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวใบรูปเรียวยาว ดอกออกเป็นช่อมีก้านช่อแทงออกมาจากเหง้าโดยตรง ดอกสีขาวอมเหลือง ชื่อสามัญ : Turmeric,Curcuma ชื่อวิทยาศาสตร์ : [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient455.jpg"><img class="size-full wp-image-1961 alignleft colorbox-1960" title="ขมิ้น Turmeric" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient455.jpg" alt="" width="250" height="200" /></a><span style="color: #33cccc;">ขมิ้น Turmeric</span></p>
<p>ขมิ้น เป็นพืชล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในของเหง้าเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวใบรูปเรียวยาว ดอกออกเป็นช่อมีก้านช่อแทงออกมาจากเหง้าโดยตรง ดอกสีขาวอมเหลือง</p>
<p>ชื่อสามัญ : Turmeric,Curcuma</p>
<p>ชื่อวิทยาศาสตร์ : Curcuma Longa Linn</p>
<p>วงศ์ : ZINGIBERACEAE</p>
<p>ชื่ออื่น ๆ : ขมิ้นหัว,ขมิ้นแกง,ขมิ้นหยวก (เชียงใหม่) ขมิ้น (กลาง) หมิ้น,ขี้มิ้น (ภาคใต้) สะยอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ตา ยอ (กะเหรี่ยง-กำแพงเพชร)</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff6600;">มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง กระตุ้นการย่อยอาหาร ต้านการอักเสบ</span></p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient456.jpg"><img class="size-full wp-image-1962 alignright colorbox-1960" title="ขมิ้น Turmeric" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient456.jpg" alt="" width="250" height="200" /></a><span style="color: #008000;">ขมิ้นทำให้เครื่องแกงผงมีสีเหลืองสด</span></p>
<p>ขมิ้น (อังกฤษ: Turmeric) เป็นพืชล้มลุกในวงศ์ขิง มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในของเหง้าเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีสีเหลืองเข้ม จนสีแสดจัด มีชื่อสามัญอื่นอีกคือ ขมิ้นแกง (เชียงใหม่) ขมิ้นชัน (กลาง,ใต้) ขมิ้นหยอก (เชียงใหม่) ขมิ้นหัว (เชียงใหม่) ขี้มิ้น (ตรัง,ใต้) ตายอ (กะเหรี่ยง กำแพงเพชร) สะยอ (กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน) และ หมิ้น (ตรัง,ใต้)</p>
<p>ลักษณะทางพฤกษศาสตร์<br />
ขมิ้นเป็นไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 30-95 ซม. เหง้าใต้ดินรูปไข่มีแขนงรูปทรงกระบอกแตกออกด้านข้าง 2 ด้าน ตรงกันข้ามเนื้อในเหง้าสีเหลืองส้ม มีกลิ่นเฉพาะ ใบเดี่ยว แทงออกมาเหง้าเรียงเป็นวงซ้อนทับกันรูปใบหอก กว้าง 12-15 ซม. ยาว 30-40 ซม. ดอกช่อแทงออกจากเหง้า แทรกขึ้นมาระหว่างก้านใบ รูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ใบประดับสีเขียวอ่อนหรือสีนวล บานครั้งละ 3-4 ดอก ผล รูปกลมมี 3 พู</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient457.jpg"><img class="size-full wp-image-1963 alignleft colorbox-1960" title="ขมิ้น Turmeric" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient457.jpg" alt="" width="250" height="200" /></a>ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์</span><br />
เหง้าขมิ้นมีสารประกอบที่สำคัญ เป็นน้ำมันหอมระเหย &#8220;เอสเซนเซียล&#8221; และในเหง้ายังมีสารสีเหลืองส้มที่ทำให้ขมิ้นได้ชื่อว่าCurcumin จากการทดลองพบว่าขมิ้นสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ลดอาการอักเสบ มีฤทธิ์ในการขับน้ำได้ดีน้ำมันหอมระเหยในขมิ้นมีสรรพคุณรักษาปวดท้องเสียด ท้องอืด แน่นจุกเสียด ขมิ้นไม่มีพิษเฉียบพลัน มีความปลอดภัยสูง</p>
<p><span style="color: #808000;">การปลูกเลี้ยง</span><br />
ขมิ้นชอบอากาศค่อนข้างร้อนและมีความชุ่มชื้นในเวลากลางคืน วิธีปลูกใช้เหง้าแก่ที่อายุได้ 11 &#8211; 12 เดือน ทำพันธุตัดออกเป็นท่อนละ 1-2 ตา ปลูกลงแปลงหลังจาก 7 วันรากก็จะเริ่มงอกควรรดน้ำทุกวัน หลังจากนั้นเมื่อขมิ้นมีอายุได้ 9-10 เดือนจึงจะขุดเอามาใช้ได้</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient458.jpg"><img class="size-full wp-image-1964 alignright colorbox-1960" title="ขมิ้น Turmeric" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient458.jpg" alt="" width="250" height="200" /></a>ลักษณะทั่วไปต้น: เป็นพรรณไม้ล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดินมากเป็นพรรณไม้เดียวกันกับว่านหรือขิง มีลำต้นสูงประมาณ 50-70 ซม.  เนื้อในจะมีสีเหลืองอมส้ม และมีกลิ่นหอม</p>
<p>ใบ: เป็นใบเดี่ยวขนาดใหญ่ รูปหอกแกมขนานกัน กว้างประมาณ 8-10 ซม. และยาวประมาณ 30-40 ซม. ก้านใบยาวราวประมาณ 8-15 ซม. เป็นก้านใบแคบ ๆ มีร่องแผ่ครีออกเล็กน้อย หน้าแล้งใบนั้นจะแห้งเหลือเหง้าใต้ดินอยู่ห้ามรดน้ำเพราะ ถ้าแฉะไปเหง้าก็จะเน่า แต่ถ้าฤดูฝน ฝนตกก็จะแทงต้นใหม่และออกดอก</p>
<p>ดอก: จะออกเป็นช่อใหญ่สวย ก้านช่อนั้นจะยาวพุ่งออกมาจากใต้ดิน ก้านช่อดอกมียาวประมาณ 5-8 ซม.</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient461.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1965 colorbox-1960" title="ขมิ้น Turmeric" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient461.jpg" alt="" width="450" height="294" /></a>ส่วนใบประดับสีเขียวอ่อน ๆ หรือ สีขาว ตรงปลายช่อดอกจะมีสีชมพูอ่อน จะจัดเรียงซ้อนกันอย่างระเบียบ ใบประดับ 1 ใบจะมีดอกอยู่ 2 ดอก ใบประดับย่อยนั้นรูปขอบจะขนานยาว 3-3.5 ซม. กลีบรองกลีบดอกจะเชื่อมติดกันเป็นรูปท่อ มีขนกลีบดอกจะมีสีขาว ตรงโคนเชื่อมติดกันเป็นท่อยาว ปลายของมันจะแยกเป็น 3 ส่วน</p>
<p>เกสร: เกสรตัวผู้มีลักษณะคล้ายกลีบดอก มีขน ส่วนอับเรณูจะอยู่ใกล้ ๆ ปลาย ท่อเกสรตัวเมีย และ ยาวยอดเกสรตัวเมียเป็นรูปปากแตร เกลี้ยง</p>
<p>รังไข่: จะมีอยู่ 3 ช่อง แต่ละช่องนั้น จะมีไข่อ่อนอยู่ 2 ใบ</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient460.jpg"><img class="size-full wp-image-1966 alignleft colorbox-1960" title="ขมิ้น Turmeric" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient460.jpg" alt="" width="350" height="350" /></a>การขยายพันธุ์ :ก่อนที่จะปลูกควรทำการด้ายหญ้า เพื่อเป็นการกำจัดวัชพืชและทำการไถพรวนดิน มีความลึกประมาณ 20-30 ซม. แล้วปล่อยไว่นานหนึ่งอาทิตย์ ให้ดินแห้งเป็นการทำลายพวกแมลงและราบางชนิด หลังจากนั้นก็ทำการยกร่องให้สูงประมาณ 25 ซม. กว้าง 45-50 ซม. ท่อนพันธุ์ที่คัดปลูกควรจะมีอายุ 11-12 เดือน แล้วตัดเป็นท่อน ๆ โดยให้มีตาประมาณท่อนละ 1-2 ตา ก่อนที่จะลงมือปลูกควรแช่ท่อนพันธุ์ด้วยน้ำยาไดโฟลาแทน (Difolatan) เพื่อเป็นการป้องกันโรครากเน่า ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในร่องก่อนที่จะปลูก ควรจะปลูกต้นฤดูฝนราวพฤษภาคม ถ้าปลูกช้าฝนจะตกหนัก จะทำให้ขมิ้นที่ปลูกไว้เน่าตายได้ ระยะของการปลูก 900 ตารางเซนติเมตร หรือ 1225 ตารางเซนติเมตร ขุดหลุมลึกราว 6-8 เซนิเมตร หลังการปลูกได้ เจ็ดเดือน ขมิ้นจะเริ่มออกใบสีเหลือง แสดงว่าหัวของขมิ้นนั้นเริ่มแก่แล้ว ปล่อยทิ้งไว้ในแปลงจนกระทั่งมีอายุ 9-10 เดือนจึงทำการขุดได้</p>
<p><span style="color: #800080;">ส่วนที่ใช้ :</span><br />
เหง้าที่แก่จัด ใช้ทั้งสดและแห้ง เหง้าแห้งนิยมปนเป็นผง</p>
<p><span style="color: #99cc00;">รสและสรรพคุณยาไทย</span><br />
เหง้าของขมิ้นมีรสฝาด กลิ่นหอม สามารถเก็บมาใช้เมื่อมีช่วงอายุ 9-10 เดือน มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อรา ลดการอักเสบ และ มีฤทธิ์ในการขับน้ำดี น้ำมันหอมระเหย ในขมิ้นชันมีสรรพคุณบรรเทา อาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นจุดเสียด แก้โรคผิวหนัง ขับลม แก้ผื่นคัน แก้ท้องร่วง อาจช่วยรักษาโรค รูมาตอยด์ได้ ยังไม่ยืนยันแน่ชัด</p>
<p><span style="color: #ff6600;">สรรพคุณ</span><br />
มีการศึกษาพบว่า หากให้รับประทานขมิ้นพร้อมกับ อาหารจะช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้ และยังทำลาย ไวรัสที่ปนเปื้อนมากับอาหารได้ การกินอาหารที่ใส่ขมิ้น จึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ นอกจากจะ ใช้ แต่งกลิ่นสีให้อาหารเท่านั้น<br />
<a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient459.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1967 colorbox-1960" title="ขมิ้น Turmeric" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient459.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a>เนื่องจากเหง้าขมิ้นมีสารที่ยับยั้งการหลั่งของกรด จึงใช้ในการรักษาแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้ท้องอืด ท้องเฟื้อ และยังช่วยเจริญอาหารด้วยขมิ้นยังมีผลดีต่อผิวหนัง คือ ช่วยรักษาโรคผิวหนัง แก้อาการผื่นคัน รักษากลากเกลื้อน รักษาแผลสด ระงับเชื้อ รักษาพิษโลหิตและเสมหะ ทั้งนี้ยังใช้ขับระดูสำหรับสตรีที่มีกลิ่นเหม็น และมีเลือดจับกันเป็นก้อนสีดำ จะช่วยละลายให้เลือดแตกเป็นลิ่ม ๆ ออกมา แก้บิดเป็นมูกเลือด แก้น้ำดีพิการ ช่วยขับลมให้ผายออกมาทางทวารหนัก หรือ ให้เรอออกมาทางปาก ฝนขมิ้นแล้วหยอดตา แก้อาการตาแดง ตาเปียกแฉะ มีขี้ตาเป็นประจำในฤดูแล้ง นอกจากแก้โรคแผลในลำไส ้และกระเพาะแล้วยังแก้ธาตุพิการ ท้องร่วงด้วย ถ้าหากมีอาการของไข้หวัด ขมิ้นก็สามารถใช้ดมแก้หวัด ขับเสมหะในลำคอ ผสมสมุนไพรอย่างอื่น ๆ เป็นยาคุมธาตุ แถมยังแก้อาการฟกช้ำดำเขียวตามร่างกาย ด้วยการเอาหัวสด ๆ มาตำพอกบรรเทาอาการอักเสบและเคล็ดขัดยอกไว้ด้วย นอกจากนี้ขมิ้นยังมีฤทธิ์ต้านวัณโรค แก้อาการไม่สบาย ลดไข้ รักษาไข้ผอมเหลือง บรรเทาอาการวิงเวียน ดมแก้หวัด ระงับอาการชัก รักษาฟัน แก้หญิงที่ตกโลหิต รักษาอาการโลหิตออกทางทวารหนักและเบา</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient463.jpg"><img class="size-full wp-image-1968 alignright colorbox-1960" title="ขมิ้น" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient463.jpg" alt="" width="300" height="251" /></a>สารที่อยู่ภายใน หัวขมิ้นเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการทดสอบกรดบอริก ที่มีในผงชูรสปลอบ ใบใช้ผสมกับยานวดเพื่อคลายเส้น ใช้ผสมเป็นยาอายุวัฒนะ รักษามะเร็ง ริดสีดวงทวารปวดมวนรักษาซาง และฝีดาษ และชักอาการไข้ รักษาผมที่หงอก ผมร่วง ผมคัน รักษามุตกิด ท้องอืด ท้องเฟ้อ รักษาแผลโรคผิวหนังผื่นคันบำรุงผิว รักษาอาการท้องเดิน ปวดท้อง ธาตุพิการ อุจจาระเป็นมูกโลหิต ลดอาการบวม รักษาไข้ปวดหัวตัวร้อน สารพัดไข้ ปวดศีรษะ รักษากาฬ รักษาพิษสำแลง-ของแสลง รักษาฝี บิดตานทรวง ถ่ายท้อง ท้องเดิน ท้องร่วง ลดการขับปัสสาวะ รักษามูกโลหิต โลหิตเน่า ขับน้ำคาวปลา รักษาตานขโมย แมงเตียนกินรากผม เหา รังแค กษัย บำรุงโลหิต เจริญอาหาร ผสมกับยาต้มห้ามโลหิตจากทวารทั้ง 9 หรืออาเจียนเป็นโลหิต ผสมยารักษาเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย บำรุงน่ำนม เป็นฝาโรคหนองใน เบาขัด รักษาอาการลมวิงเวียน โรคปวดในข้อ โรคเหน็บชา คลื่นเหียนจุกเสียดและลมขึ้นสูง โรคประสาทผสมยาทาฝี รักษาแผลเรื้อรังเน่าร้าย ผอมแห้งอยู่ไฟไม่ได้ โรคกุฏฐัง ทำน้ำนมสตรีให้บริสุทธิ์ ขับปัสสาวะในสตรี รักษาอาการปวดบวมท้องขึ้นลงท้องอันเกิดจากวาโยธาตุกำเริบ</p>
<p><span style="color: #99cc00;">วิธีใช้ประโยชน์</span><br />
อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น จุกเสียด และอาหารไม่ย่อยทำโดยล้างขมิ้นให้สะอาด ไม่ต้องปอกเปลือกออก หั่นเป็นชิ้นบางๆ ตากแดดจัดสัก 1-2 วัน บดให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้งปั้นเป็นเม็ดขนาดปลายนิ้วก้อย กินครั้งละ 2-3 เม็ด วันละ 3 -4 ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน แต่บางคนเมื่อกินยานี้แล้วแน่นจุกเสียดให้หยุดกินยานี้</p>
<p><span style="color: #3366ff;">คุณค่าทางอาหาร</span><br />
เหง้าขมิ้นพบว่ามี วิตามินเอ วิตามินซี นอกจากนั้นยังมีเกลือแร่ต่างๆอีกพอสมควร เป็นเครื่องปรุงรส แต่งสีได้ดีมาก</p>
<p><span style="color: #339966;">ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์</span><br />
เหง้าขมิ้นมีสารประกอบที่สำคัญ เป็นน้ำมันหอมระเหย &#8220;เอสเซนเซียล&#8221; และในเหง้ายังมีสารสีเหลืองส้ม ที่ทำให้ขมิ้นได้ชื่อว่า Curcumin จากการทดลองพบว่าขมิ้นสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ลดอาการอักเสบ มีฤทธิ์ในการขับน้ำได้ดี น้ำมันหอมระเหยในขมิ้นมีสรรพคุณรักษาปวดท้องเสียด ท้องอืด แน่นจุกเสียด ขมิ้นไม่มีพิษเฉียบพลัน มีความปลอดภัยสูง</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient462.jpg"><img class="size-full wp-image-1969 aligncenter colorbox-1960" title="ขมิ้น" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient462.jpg" alt="" width="400" height="449" /></a>เหง้า ใช้รักษาแผลในลำไส้ เจริญอาหาร ขับลม คล้ายกล้ามเนื้อเรียบในลำไส้ที่เกร็งตัว บรรเทาอาการวิงเวียน ไม่สบายมีฤทธิ์ต้านวัณโรค ระงับเชื้อ รักษาโรคผิวหนัง แก้หวัด ผื่นคัน เป็นยาบำรุง รักษากลากเกลื้อน ระงับอาการชัก ขับปัสสาวะ ลดไข้ ฆ่าเชื้อพยาธิ ป้องกันโรคหนองใน อาการฟกช้ำ รักษาแผลสด แก้ท้องขึ้น บรรเทาอาการท้องขึ้น ทำให้ผายลม รักษาไข้ผอมเหลือง ไข้ท้องมาน รักษาพิษ เสมหะและโลหิต ใช้เป็นยาขัดฟัน รักษาแผลในกระเพาะอาหาร รักษาฟัน แก้หญิงที่ตกโลหิต รักษาโลหิตออกทางทวารหนักและโลหิต นอกจากจะใช้เดี่ยวๆ แล้วขมิ้นยังเป็นส่วยผสมของตำรับยาสมุนไพร รักษารคต่าง ๆ คือ เหง้าจะมีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าว ใช้เป็นยาสมานแผลสดและแผลถลอก หรือใช้ผสมกับยานวดเพื่อเพื่อคลายเส้นยาคุมธาตุ รักษาเคล็ดขัดยอก รักษาชันนะตุในเด็ก บรรเทาอาการปวดฟัน และเหงือกบวม รักษาเคล็ดขัดยอก หรือน้ำกัดเท้า ส่วนในเหง้าขมิ้นนั้นจะมีสารสีเหลืองซึ่งเราเรียกว่า curcumin และ resin นอกจากนี้ยังมีน้ำมันระเหยประมาณ 5% ซึ่งประกอบด้วย borneol,camphene, zingerene,l.4cineol,sabinene และ phellandrene สารที่อยู่ภายใน หัวขมิ้นเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการทดสอบกรดบอริก ที่มีในผงชูรสปลอก ใบ ใช้ผสมกับยานวดเพื่อคลายเส้น ใช้ผสมเป็นยาอายุวัฒนะ รักษามะเร็ง ริดสีดวงทวารปวดมวนรักษาซาง และฝีดาษ และชักอาการไข้ รักษาผมที่หงอก ผมร่วง ผมคัน รักษามุตกิด ท้องอืด ท้องเฟ้อ รักษาแผลโรคผิวหนังผื่นคันบำรุงผิว รักษาอาการท้องเดิน ปวดท้อง ธาตุพิการ อุจจาระเป็นมูกโลหิต ลดอาการบวม รักษาไข้ปวดหัวตัวร้อน สารพัดไข้ ปวดศีรษะ รักษากาฬ รักษาพิษสำแลง-ของแสลง รักษาฝี บิดตานทรวง ถ่ายท้อง ท้องเดิน ท้องร่วง ลดการขับปัสสาวะ รักษามูกโลหิต โลหิตเน่า ขับน้ำคาวปลา รักษาตานขโมย แมงเตียนกินรากผม เหา รังแค กษัย บำรุงโลหิต เจริญอาหาร ผสมกับยาต้มห้ามโลหิตจากทวารทั้ง 9 หรืออาเจียนเป็นโลหิต ผสมยารักษาเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย บำรุงน่ำนม เป็นฝาโรคหนองใน เบาขัด รักษาอาการลมวิงเวียน โรคปวดในข้อ โรคเหน็บชา คลื่นเหียนจุกเสียดและลมขึ้นสูง โรคประสาทผสมยาทาฝี รักษาแผลเรื้อรังเน่าร้าย ผอมแห้งอยู่ไฟไม่ได้ โรคกุฏฐัง ทำน้ำนมสตรีให้บริสุทธิ์ ขับปัสสาวะในสตรี รักษาอาการปวดบวมท้องขึ้นลงท้องอันเกิดจากวาโยธาตุกำเริบ</p>
<p><span style="color: #993366;">ตำรับยา :</span><br />
แง่งขมิ้น ให้ตัดเอาแง่งขมิ้นขนาดพอควรนำมาล้างให้สะอาดแล้วตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำเจือน้ำสุกเท่าตัวนำมากินครั้งละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-4 ครั้ง หรือเติมเกลือเล็กน้อยให้กินง่ายขึ้น ใช้รักษาอาการท้องร่วง บิด ผงขมิ้น ให้ใช้ผงขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันหมู 2-3 ช้อนโต๊ะ เอามาเคี่ยวด้วยไฟอ่อนแล้วคนให้ทั่วจนเป้นสีเหลือง แล้วใช้น้ำมันที่ได้ใส่แผลหรือจะใช้ฟอกตามบริเวรที่เป็นแผลและยังใช้รักษาอาการเคล็ด หัวขมิ้น ให้นำหัวขมิ้นมาขูดเอาหนื้อขมิ้นทาบริเวณที่ยุงกัดจะทำให้หายคันและตุ่มจะยุบหายไป</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>No Related Post</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%82%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%99-turmeric/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มันฝรั่งช่วยห้ามเลือดได้</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Dec 2011 07:45:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>
		<category><![CDATA[มันฝรั่งช่วยห้ามเลือดได้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1956</guid>
		<description><![CDATA[มันฝรั่งช่วยห้ามเลือดได้ ทหารยุคไฮเทคอาจจะต้อง หันมาพกพาแป้งมันฝรั่ง (potato starch) ติดตัวเอาไว้ เพื่อชดเชยแทนเครื่องลางของขลังก็เป็นได้ ทั้งนี้มิได้มีเอาไว้กันเหนียวหรอก หากแต่ว่าเอาไว้ห้ามเลือดต่างหาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient527.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1957 colorbox-1956" title="มันฝรั่งช่วยห้ามเลือดได้" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient527.jpg" alt="" width="500" height="305" /></a></p>
<p><span style="color: #808000;">มันฝรั่งช่วยห้ามเลือดได้</span></p>
<p>ทหารยุคไฮเทคอาจจะต้อง หันมาพกพาแป้งมันฝรั่ง (potato starch) ติดตัวเอาไว้ เพื่อชดเชยแทนเครื่องลางของขลังก็เป็นได้ ทั้งนี้มิได้มีเอาไว้กันเหนียวหรอก หากแต่ว่าเอาไว้ห้ามเลือดต่างหาก</p>
<p>นักวิจัยพบว่า ผงแป้งมันฝรั่งสามารถห้ามเลือดได้ทันที และอาจช่วยให้การผ่าดัดปลอดภัยมากขึ้น เพราะลดการให้เลือด และลดโอกาสเสียงจากการให้เลือด ผลสรุปนี้ได้จากการศึกษาสารช่วยให้เลือดแข็งตัว หรือศัพท์การแพทย์เรียกว่า เฮโมสแตต (hemostat) ที่ผลิตขึ้นจากแป้งมันฝรั่ง ซึ่งผ่านการสกัดให้บริสุทธิ์จนเป็นผงละเอียด เป็นสารช่วยให้เลือดแข็งตัวชนิดใหม่ ที่เพิ่งได้รับการอนุมัติ จากองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ ให้ใช้ตัวยานี้ได้ เมื่อปลายปี2544</p>
<p>ผงมันฝรั่งขนาดจิ๋วเหล่านี้ ทำหน้าที่คล้ายฟองน้ำขนาดเล็ก ช่วยดูดซับเลือดที่ไหลออกมา ไม่ว่าจะเกิดบาดแผลบนผิวหนังภายนอก หรือแม้แต่การเสียเลือดภายในระหว่างการผ่าตัด และด้วยการลดปริมาณเลือดที่เสียระหว่างการผ่าตัดนี้ นักวิจัยบอกว่าจะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากการให้เลือดแก่ผู้รับการผ่าตัดได้</p>
<p>นักวิจัยผู้ทำการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ นายแพทย์มาร์ก อีเร็ท แห่งเมโยคลินิก ในโรเชสเตอร์ รัฐมินเนโซต้า เขาเสนอการศึกษาสารเฮโมสแตตตัวนี้ ในการประชุมประจำปีของสมาคมวิสัญญีแพทย์สหรัฐฯ (the American Society of Anesthesiologists) ที่ออร์แลนโด เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2545 ทีมวิจัยนำผงตัวยามันฝรั่ง มาศึกษาประสิทธิภาพการห้ามเลือด ในอาสาสมัครจำนวน 30 คน ด้วยการกรีดแขนท่อนล่าง  เพียงให้เป็นแผลเล็ก ๆ นะ</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient526.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1958 colorbox-1956" title="มันฝรั่งช่วยห้ามเลือดได้" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient526.jpg" alt="" width="400" height="502" /></a>แล้วนำตัวยาใส่ลงบริเวณรอยแผลพร้อมกับกดบาดแผล พบว่าอาสาสมัคร 77% เลือดหยุดไหลทันที ส่วนผู้ไม่ได้รับผงแป้งนี้ เลือดไหลอยู่นาน 6 นาที สรรพคุณของผงแป้งมันฝรั่งมีข้อดีตรงที่ว่า เป็นสารสกัดจากพืช ดังนั้นผู้ได้รับยามีโอกาสเกิดปฏิกิริยาแพ้ได้น้อยกว่า ตัวยาที่ผลิตมาจากสัตว์ นายแพทย์มาร์ก บอกว่าผงแป้งนี้ก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่น้อยกว่าสารเฮโมสแตตตัวอื่น ๆ ที่มีการพัฒนาขึ้นมาตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นราคายังถูกกว่าอีกด้วย</p>
<p>นายแพทย์มาร์ก แนะด้วยว่า ผงแป้งจากมันฝรั่งอาจกลายเป็นสิ่งสำคัญในสนามรบ เพราะทำให้ทหารแต่ละนายสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว หยุดเลือดโดยไม่จำเป็นต้องใช้แรงกดไว้ตลอดเลย ทำให้สามารถรักษาบาดแผลอื่น ๆ ได้พร้อมกันทีมวิจัยวางแผนศึกษาขั้นต่อไปว่า จะทดสอบประสิทธิภาพของผงแป้งนี้ ในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจ ม้าม และไต</p>
<p>เห็นอย่างนี้แล้ว นักวิจัยไทยจะไม่ชำเลืองแลมอง มันสำปะหลังบ้านเราบ้างหรือครับ หรือจะเร่งพัฒนาสมุนไพรของไทยก็ได้ เผื่อว่าจะได้ดังระเบิดเทิดไทย กันไปเลย</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>No Related Post</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มันฝรั่งทองคำใต้ดินจากเปรู</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Dec 2011 06:45:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>
		<category><![CDATA[มันฝรั่ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1945</guid>
		<description><![CDATA[มันฝรั่งทองคำใต้ดินจากเปรู พลิกตำนานมันฝรั่ง แกะรอยอาหารประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เปิดปูมความรู้สถาบันวิจัยมันฝรั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ประเทศเปรูเรื่องสรรหาของกิน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient449.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1946 colorbox-1945" title="มันฝรั่ง" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient449.jpg" alt="" width="500" height="448" /></a><span style="color: #ff6600;">มันฝรั่งทองคำใต้ดินจากเปรู</span></p>
<p>พลิกตำนานมันฝรั่ง แกะรอยอาหารประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เปิดปูมความรู้สถาบันวิจัยมันฝรั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ประเทศเปรูเรื่องสรรหาของกิน ไม่มีใครเก่งเกินสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ อยู่บนฟ้า ใต้น้ำ หรือบนดิน เราก็หาวิธีการเอามาเป็นอาหารได้ไม่ยาก หรือต่อให้มุดอยู่ใต้ดินของเพียงกินได้และมีประโยชน์ ก็ไม่พ้นต้องกลายมาเป็นอาหาร อย่างเช่น มันฝรั่ง (Potato)</p>
<p>เมื่อ 6,000 ปีก่อนคริสตกาล มันฝรั่งเป็นอาหารของผู้คนในแถบที่ราบสูงบนเทือกเขาแอนดิส ชาวอินคาเอามันฝรั่งไปตากแห้งแล้วบดเป็นแป้งกินเป็นอาหารหลัก กษัตริย์ของอินคาถึงกับต้องสวดมนต์ให้พระผู้เป็นเจ้าคุ้มครองมันฝรั่งไม่ให้สูญพันธุ์ ทุกวันนี้ดินแดนบริเวณนั้นอยู่ในประเทศเปรูและยังมีมันฝรั่งพันธุ์ป่าขึ้นอยู่ ตำแหน่งดินแดนแห่งมันฝรั่งจึงถูกยกให้กับประเทศเปรู และเป็นที่ตั้งของ ศูนย์วิจัยมันฝรั่งนานาชาติ (International Center for Potato Research)</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient450.jpg"><img class="size-full wp-image-1949 alignleft colorbox-1945" title="มันฝรั่ง" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient450.jpg" alt="" width="300" height="311" /></a>สถาบันวิจัยมันฝรั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก</span><br />
ถึงหัวมันฝรั่งจะอยู่ใต้ดินแต่คุณค่าทางอาหารก็ไม่น้อยไปกว่าพืชชนิดอื่น ๆ นอกจากโปรตีนซึ่งมีคุณภาพดีกว่าโปรตีนที่ได้จากพืชชนิดอื่นแล้ว ยังมีธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม ไอโอดีน แมกนีเซียม กรดโฟลิก และวิตามิน ซี, บี 1, บี 2 ฯลฯ มันฝรั่ง 100 กรัม มีแคลอรีไม่ถึง 90 แคลอรีใหญ่ น้อยกว่าข้าวสวยและอาหารจากแป้งสาลีอย่างขนมปัง สารเซลลูโรสในมันฝรั่งทำให้กินแล้วรู้สึกอิ่ม เหมาะกับการกินเพื่อควบคุมน้ำหนักและช่วยบำรุงลำไส้ใหญ่</p>
<p>ป้องกันโรคลำไส้ ป้องกันท้องผูก ช่วยรักษาความยืดหยุ่นของหลอดเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ ป้องกันเส้นเลือดใหญ่แข็งตัว สารโปตัสเซียมช่วยลดความดันโลหิตและลดความเสี่ยงในการเป็นลม คนที่ขาดวิตามินซีแต่ไม่ชอบกินส้มก็สามารถกินมันฝรั่งแทนได้ และมีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ บรรเทาอาการตะคริว อาการเจ็บปวดช้ำ ปวดประสาท ไขข้ออักเสบ</p>
<p>นอกจากกินอร่อยได้ประโยชน์แล้ว มันฝรั่งยังช่วยเสริมความงามได้ด้วย ต้มมันฝรั่งให้สุกหั่นเป็นแผ่นวางบนใบหน้าแป้งตะกอนในมันฝรั่งจะทำให้ผิวชุ่มชื้น มีความยืดหยุ่น ถ้าผสมกับไข่แดง หรือน้ำนมแล้วทาหน้าทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จะทำให้ผิวสวยสะอาดนุ่มนวล ประโยชน์ของมันฝรั่งมีอีกมากมาย เช่น รักษาอาการไฟลวกโดยใช้มันฝรั่งสดบดละเอียดทาบนจุดที่ถูกไฟลวก ใช้ทำความสะอาดของใช้โลหะที่ขึ้นสนิมโดยใช้เปลือกมันฝรั่งถูขจัดสนิมได้ว่ากันว่าหากติดอยู่บนเกาะร้างที่มีมันฝรั่งจะไม่มีวันอดอาหารตาย เพราะนอกจากสารอาหารมากมายมันฝรั่งยังเป็นพืชที่ทนต่อดินฟ้าอากาศและให้ผลเร็ว ในพื้นที่ขนาดเท่ากันมันฝรั่งจะให้ผลผลิตมากกว่าข้าวถึง 2 เท่า แต่การนำมันฝรั่งไปปรุงอาหารด้วยความร้อนเมื่อปอกเปลือกมันฝรั่งแล้วควรนำไปแช่น้ำอีกครั้ง</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient451.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1950 colorbox-1945" title="มันฝรั่ง" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient451.jpg" alt="" width="500" height="325" /></a>เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที เพราะเมื่อแป้งในมันฝรั่งถูกความร้อนสูงจะเกิดสาร ‘อะครีลาไมด์’ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ การล้างและแช่มันฝรั่งก่อนนำไปประกอบอาหารจะช่วยลดปริมาณสารอะครีลาไมด์ได้</p>
<p>มันฝรั่งเป็นอาหารเก่าแก่ เราจึงพบพืชหัวเปลือกสีน้ำตาลเนื้อสีเหลืองนวลนี้จึงอยู่ในครัวทั่วโลก อาหารไทย อาหารญี่ปุ่น อาหารอินเดีย อาหารตะวันตก ฯลฯ</p>
<p>ล้วนมีเมนูอาหารที่มีมันฝรั่งเป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะเมนูอาหารของชาวตะวันตก มันฝรั่งเป็นทั้งวัตถุดิบหลักและเครื่องเคียงในอาหารเมนูต่าง ๆ อาทิเช่นมันฝรั่งอบชีส ซุปมันฝรั่ง เฟรนช์ฟรายด์ มันฝรั่งบด ฯลฯคนชอบอาหารจากแดนอาทิตย์อุทัยก็มีเมนูอาหารว่าง มันฝรั่งผัดเบคอน เครื่องปรุงมีเพียงมันฝรั่ง เบคอน หอมหัวใหญ่ เนย เกลือ และพริกไทย วิธีทำแสนง่ายคือ ผัดเบคอนกับหอมหัวใหญ่แล้วพักไว้ หั่นมันฝรั่งเป็นชิ้นทอดให้สุกเหลืองแล้วเอาเบคอนกับหอมหัวใหญ่ที่เตรียมไว้มาผัดด้วยกัน เติมเนยให้มีกลิ่นหอมปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาล อยากได้กลิ่นรสของญี่ปุ่นอาจเติมโชยุลงไปเล็กน้อย</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient452.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1951 colorbox-1945" title="มันฝรั่ง" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient452.jpg" alt="" width="500" height="393" /></a>อาหารจากมันฝรั่งที่ใกล้ตัวเราที่สุดเห็นจะได้แก่ มันฝรั่งทอดกรอบ ถึงจะเป็นมันฝรั่งเหมือนกันแต่เป็นมันฝรั่งคนละสายพันธุ์กับมันฝรั่งที่ใช้ในการปรุงอาหาร“สายพันธุ์มันฝรั่งโดยธรรมชาติที่ใช้ทำมันฝรั่งทอดกรอบต้องเป็นพันธุ์ที่ลูกกลม สองต้องมีน้ำตาลต่ำ เวลาทอดออกมาลักษณะของมันฝรั่งจะสวยงามไม่เป็นสีแดงแต่พันธุ์อื่น ๆ เช่นพันธุ์สปูนต้า มีปริมาณน้ำตาลสูงจะเอาไปทำพวกเฟรนช์ฟรายด์ หรือใช้ปรุงอาหารในครัวเรือน”</p>
<p>คุณคมศักดิ์ เดชดี ผู้จัดการ ไร่มันฝรั่งพญาเม็งราย ในจังหวัดเชียงราย ของ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ฟู้ดส์ จำกัด บอก “มันฝรั่งที่ใช้ทำมันฝรั่งทอดกรอบโดยทั่วไปจะใช้พันธุ์แอตแลนติก”</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient453.jpg"><img class="size-full wp-image-1952 alignleft colorbox-1945" title="มันฝรั่ง" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient453.jpg" alt="" width="350" height="263" /></a>ในเมืองไทยเพาะปลูกมันฝรั่งได้ผลดีไม่แพ้ประเทศเปรูต้นกำเนิด แหล่งเพาะปลูกส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดทางภาคเหนือซึ่งมีอากาศหนาวเย็น เช่น เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย คุณวชิระมนต์ อินสูงเนิน หัวหน้าฝ่ายไร่ ไร่มันฝรั่งพญาเม็งราย เล่าที่มาก่อนจะเป็นมันฝรั่งทอดกรอบสารพัดรสชาติในถุงให้ฟังว่า“มันฝรั่งชอบดินร่วนถึงดินร่วนปนทราย เพราะเป็นพืชเมืองหนาวชอบอากาศเย็นอุณหภูมิประมาณ 10 &#8211; 14 องศาเซลเซียส บ้านเราจะปลูกได้ช่วงเดือนพ.ย.-ม.ค. มันฝรั่งชอบน้ำเยอะแต่ไม่ชอบน้ำเปียกเขาใช้น้ำในการหล่อเลี้ยงลำต้น ทรงพุ่มและส่วนหัวค่อนข้างมาก เราต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่เปียกมากจนเกินไป หรือแห้งเกินไป”</p>
<p><span style="color: #008080;">ส่วนวิธีการปลูกมีรายละเอียดมากมายแต่มีขั้นตอนหลัก 3 ขั้นตอน ได้แก่</span><br />
“หนึ่งเรื่องการเตรียมพื้นที่ การเตรียมดินเราค่อนข้างพิถีพิถันมากเพราะการเริ่มต้นที่ดีจะส่งผลให้ผลผลิตดี ขั้นตอนที่สองคือเรื่องของการดูแลรักษาเป็นหัวใจหลัก เมื่ออายุพืชได้ประมาณ 25 วัน เราจะมีการโปะโคลนให้ร่องปลูกใหญ่ เก็บความชื้นได้เหมาะสม ระบบรากหยั่งลึก ให้ปุ๋ยทุก 10 วัน แต่ไม่เกิน 55 วันอีกขั้นตอนที่สำคัญคือการป้องกันโรคพืชและแมลงศัตรูพืช เรามีโปรแกรมการป้องกันโรคด้วยการพ่นยาประมาณอาทิตย์ละ 1 ครั้ง สุดท้ายคือการเก็บเกี่ยวก่อนการเก็บเกี่ยว 10 วัน เราต้องมีการตัดต้นเพื่อให้ผิวมันฝรั่งเซตตัวแข็งแรง คุณภาพผิวดีคุณภาพภายในดี” คุณวชิระมนต์ บอก</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient454.jpg"><img class="size-full wp-image-1953 alignleft colorbox-1945" title="มันฝรั่ง" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient454.jpg" alt="" width="331" height="500" /></a>“คุณภาพของมันฝรั่งอยู่ที่อายุของการเก็บเกี่ยวด้วย เก็บเกี่ยวเร็วเกินไปคุณภาพการสร้างแป้งต่าง ๆ จะไม่สูงพอ ภายในหัวมันฝรั่งจะประกอบด้วยน้ำและแป้งถ้าอ่อนเกินไปผิวจะถลอกเก็บรักษาได้ไม่นาน มีการเน่าเสียหายแต่ถ้ายืดอายุให้เขาเซตผิวเต็มที่ หรืออย่างน้อย 90 วัน พอขุดมาแล้วไม่ผิวถลอกแสดงว่าคุณภาพดีจะเก็บรักษาได้นานมาก” คุณคมศักดิ์ กล่าวเสริม</p>
<p>คุณริชาร์ด แอบบอท (Richard Abbott) ที่ปรึกษาชาวออสเตรเลียของไร่พญาเม็งราย ให้ความรู้เรื่องมันฝรั่งว่า</p>
<p>“เป็นเรื่องยากในการปลูกมันฝรั่งในสภาพแวดล้อมของไทย เพราะช่วงฤดูหนาวที่อากาศเย็นนั้นสั้นมาก เราจึงต้องรีบในการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว กุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จคือ น้ำและเมล็ดพันธุ์ ส่วนปัจจัยอื่น ๆ เป็นปัจจัยรอง ไร่ส่วนใหญ่ได้ผลผลิตน้อยเพราะการให้น้ำไม่ดีพอและไม่ทั่วถึง”มันฝรั่งราคาถูก รสชาติอร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นพืชอาหารสำคัญอันดับ 4 ของโลก รองจากข้าวโพด ข้าวสาลีและข้าวเจ้า องค์การยูเนสโกกำหนดให้ปี 2551 ที่ผ่านมาเป็นปี ‘มันฝรั่ง’ คุณค่าหัวมันลูกกลมเปลือกสีน้ำตาลนี้จึงเปรียบเสมือนทองคำจากผืนดิน</p>
<p><span style="color: #008080;">วิธีปอกเปลือกมันฝรั่งต้ม</span><br />
ตักมันฝรั่งที่ต้มสุกแล้วออกจากหม้อต้มแช่ในน้ำเย็นใส่น้ำแข็งประมาณ 5 วินาที จะสามารถดึงเปลือกออกได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว</p>
<p><span style="color: #ff6600;">วิธีเตรียมมันฝรั่งเพื่อปรุงอาหารทั้งเปลือก</span><br />
เปิดน้ำแรงปานกลาง ถือมันฝรั่งให้น้ำไหลผ่านตลอดเวลา ใช้แปรง หรือฟองน้ำขัดผิวมันฝรั่งให้ทั่วทั้งลูกอย่างน้อย 3 นาทีต่อ 1 ลูก เช็ดมันฝรั่งให้แห้งใช้มีดเล็มส่วนที่เป็นจุด หรือปุ่มออก ล้างมันฝรั่งให้สะอาดอีกครั้ง เช็ดให้แห้งแล้วนำไปปรุงอาหารตามต้องการ</p>
<p style="text-align: right;">ที่มาจากกรุงเทพธุรกิจ</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>December 22, 2011 -- <a href="http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2/" title="มันฝรั่ง อาหารหลักของชาวยุโรป">มันฝรั่ง อาหารหลักของชาวยุโรป</a> (0)</li><li>December 21, 2011 -- <a href="http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87-potato/" title="มันฝรั่ง Potato">มันฝรั่ง Potato</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มันฝรั่ง อาหารหลักของชาวยุโรป</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Dec 2011 06:24:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>
		<category><![CDATA[มันฝรั่ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1939</guid>
		<description><![CDATA[มันฝรั่ง อาหารหลักของชาวยุโรป มันฝรั่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Solanum tuberosum Linn. วงศ์ Solanaceae แหล่งกำเนิดของมันฝรั่งคือประเทศเปรู ได้มีการขุดพบเครื่องใช้ที่มีรูปร่างคล้ายมันฝรั่ง ซึ่งสันนิษฐานว่า ทำขึ้นประมาณ 200 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient446.jpg"><img class="size-full wp-image-1940 alignleft colorbox-1939" title="มันฝรั่ง " src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient446.jpg" alt="" width="350" height="249" /></a><span style="color: #ff6600;">มันฝรั่ง อาหารหลักของชาวยุโรป</span><br />
มันฝรั่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Solanum tuberosum Linn. วงศ์ Solanaceae</p>
<p>แหล่งกำเนิดของมันฝรั่งคือประเทศเปรู ได้มีการขุดพบเครื่องใช้ที่มีรูปร่างคล้ายมันฝรั่ง ซึ่งสันนิษฐานว่า ทำขึ้นประมาณ 200 กว่าปีก่อนคริสต์ศักราช (2,200ปีมาแล้ว) จากหลักฐานดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าชาวอินเดียนแดงในเปรูเป็นชาติแรกที่รู้จักปลูกและกินมันฝรั่งมาก่อนชาติอื่น<br />
มันฝรั่งเป็นอาหารหลักที่รองจากขนมปังของชาวยุโรป อเมริกา และลาตินอเมริกา เหมือนข้าวเป็นอาหารหลักของชาวเอเชีย ในราวปี ค.ศ.1537 (พ.ศ.2080)</p>
<p>ได้มีการนำมันฝรั่งไปปลูกในประเทศสเปน และในราวคริสต์ศตวรรษที่ 16 ได้มีผู้นำมันฝรั่งจากเปรู ชิลี และสเปนไปปลูกในยุโรป มีเรื่องเล่ากันว่าในระยะแรกที่นำมันฝรั่งเข้าไปในยุโรป ประชาชนส่วนใหญ่ไม่กล้ากิน เพราะกลัวว่ากินแล้วจะทำให้อายุสั้น</p>
<p>ดังนั้นหลังจากแพร่เข้าไปแล้วกว่า 200 ปี ประชาชนจึงค่อยๆนิยมกินโดยเป็นอาหารของประชาชนที่ยากจนก่อน ต่อมาจึงค่อยๆ แพร่หลายกลายเป็นอาหารหลักที่รองจากขนมปังของชาวยุโรปสำหรับประวัติการใช้มันฝรั่งในการรักษาโรคมีมานาน ชาวเปรูเป็นชาติแรกที่นำมันฝรั่งมาเป็นยาพอกกระดูก เมื่อกระดูกหัก นอกจากนี้ยังมีการนำมันฝรั่งมาทา</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient447.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1941 colorbox-1939" title="มันฝรั่ง " src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient447.jpg" alt="" width="500" height="253" /></a>บริเวณหัวเพื่อรักษาอาการปวดหัว หรือกินร่วมกับอาหารอื่นเพื่อช่วยย่อย จากการศึกษาวิจัยพบว่า มันฝรั่งมีโปแตสเซียมจำนวนมาก ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยย่อย มันฝรั่งนอกจากจะมีประโยชน์ในการใช้เป็นยาและอาหารแล้ว ยังใช้ในทางอุตสาหกรรม เช่น เป็นส่วนผสมในการทำแอลกอฮอล์ ล้อยาง ฟิล์ม พลาสติก สีน้ำมัน เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #ff6600;">สรรพคุณ</span><br />
มันฝรั่งมีคุณสมบัติเป็นกลาง มีรสหวาน ช่วยย่อย รักษาโรคคางทูม แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก</p>
<p><span style="color: #33cccc;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient448.jpg"><img class="alignleft colorbox-1939" title="มันฝรั่ง " src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient448.jpg" alt="" width="300" height="447" /></a>ตำรับยา</span><br />
1. คางทูม : ใช้มันฝรั่ง 1 ลูก ฝนกับน้ำส้มสายชู ทาบริเวณที่เป็น แห้งแล้วทาซ้ำจนหาย<br />
2. ไฟไหม้น้ำร้อนลวก : ใช้น้ำคั้นจากมันฝรั่งทาบริเวณแผลบ่อยๆ หรือตำให้ละเอียดพอก แล้วเปลี่ยนหลายๆครั้ง</p>
<p><span style="color: #ff6600;">สารเคมีที่พบ</span><br />
หัวมันฝรั่งมีน้ำ 75.0% แป้ง 18.5% น้ำตาล 0.8% เส้นใย 1.0% พวกไนโตรเจน 2.0% ไขมัน 0.2% ash 0.9% นอกจากนี้ยังมี Solanine ในมันฝรั่ง 1 ก.ก.จะมี Solanine ตั้งแต่ 20 ม.ก. ถึงหลายร้อย ม.ก. Solanine มีมากในรากและเปลือก มันฝรั่งเปลือกแดงจะมี Solanine มากกว่าเปลือกเหลือง มันฝรั่งดิบมีSolanine มากกว่ามันฝรั่งที่สุกแล้ว เมื่อโดนแสงอาทิตย์เปลือกมันฝรั่งจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเขียว และทำให้ปริมาณของ Solanine เพิ่มมากขึ้น</p>
<p><span style="color: #800000;">ผลทางเภสัชวิทยา</span><br />
เฉพาะเนื้อในของมันฝรั่งที่มีรากงอกออกมา หรือเปลือกเปลี่ยนเป็นสีเขียว จะมีปริมาณของ Solanine น้อย กินแล้วไม่เกิดอันตราย ถ้าปริมาณของ Solanine เพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ 4-5 เท่า หรือมากกว่า 0.4 กรัม/ก.ก. กินแล้วจะเกิดอาการพิษได้ แต่ไม่ถึงกับตาย เคยมีรายงานว่า เด็กที่กินมันฝรั่งซึ่งเปลือกผิวเปลี่ยนเป็นสีเขียว ทำให้เกิดอาการกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบถึงตาย</p>
<p><span style="color: #ff6600;">ข้อควรระวัง</span><br />
ในการเลือกซื้อมันฝรั่ง ควรเลือกที่มีผิวสวย เนื้อแน่น ไม่มีรากงอกออกมา หรือเปลือกเปลี่ยนสี มีรอยแผลเน่ามีสีดำ เขียวหรือเนื้อนิ่ม ทั้งนี้เนื่องจากจะทำให้ปริมาณของ Solanine เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณราก ตาราก เปลือกหรือบริเวณที่เน่า กินเข้าไปแล้วจะเกิดพิษกับร่างกาย อาการที่เกิดขึ้นเมื่อกินสารพิษSolanine เข้าไป ถ้าน้อยจะมีอาการคอแห้ง ชา อาเจียน ท้องเสีย ชักมีไข้ สลบ เป็นต้นนอกจากนี้มีรายงานว่า หญิงมีครรภ์ถ้ากินสาร Solanine เข้าไปจะทำให้แท้งได้ ถ้ามันฝรั่งที่มีรากงอกออกมา หรือมีตาราก ให้ตัดส่วนรากและตาออกนำไปแช่น้ำสักพัก ก็สามารถนำไปปรุงอาหารได้</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>December 23, 2011 -- <a href="http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/" title="มันฝรั่งทองคำใต้ดินจากเปรู">มันฝรั่งทองคำใต้ดินจากเปรู</a> (0)</li><li>December 21, 2011 -- <a href="http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87-potato/" title="มันฝรั่ง Potato">มันฝรั่ง Potato</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มันฝรั่ง Potato</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87-potato/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87-potato/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Dec 2011 06:13:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>
		<category><![CDATA[Potato]]></category>
		<category><![CDATA[มันฝรั่ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1930</guid>
		<description><![CDATA[มันฝรั่ง Potato มันฝรั่ง (Solanum tuberosum) เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก เดิมเป็นพืชพื้นเมืองของทวีปอเมริกา มันฝรั่งมีชื่อในภาษาอังกฤษ ว่า potato มาจากคําว่า patata ในภาษาชาวอินเดียน ที่อาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ เมื่อนายพลฟรันซิสโก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient442.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1931 colorbox-1930" title="มันฝรั่ง Potato" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient442.jpg" alt="" width="500" height="325" /></a></p>
<p><span style="color: #808000;">มันฝรั่ง Potato</span></p>
<p>มันฝรั่ง (Solanum tuberosum) เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก เดิมเป็นพืชพื้นเมืองของทวีปอเมริกา</p>
<p>มันฝรั่งมีชื่อในภาษาอังกฤษ ว่า potato มาจากคําว่า patata ในภาษาชาวอินเดียน ที่อาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ เมื่อนายพลฟรันซิสโก ปิซาร์โร (Francisco Pizarro) แห่งสเปน พิชิตเปรูได้สำเร็จ ในปี พ.ศ. 2073 กองทัพสเปนที่มุ่งจะครอบครองทองคำและอัญมณีอันล้ำค่าของอารยธรรมอินคานั้น ไม่ได้สนใจใยดีกับมันฝรั่ง ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นที่ขึ้นอยู่ทั่วไปในแถบเทือกเขาแอนดิสของประเทศเปรู แต่ในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าอาณาจักรอินคาที่ยิ่งใหญ่ได้ไปล้ว และสเปนก็ได้ความเป็นมหาอำนาจไปแล้วเช่นกัน แต่มันฝรั่งแห่งเปรูได้กลายเป็นพืชที่ยิ่งใหญ่ และมีความสำคัญมากที่สุดในโลก</p>
<p><span style="color: #808000;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient444.jpg"><img class="size-full wp-image-1933 alignleft colorbox-1930" title="มันฝรั่ง Potato" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient444.jpg" alt="" width="350" height="350" /></a>มันฝรั่งมีพลังที่ดีต่อสุขภาพ เป็นแหล่งของวิตามินซี บี และเหล็ก มันฝรั่งเขียวและมันฝรั่งอ่อนเป็นพิษ</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;">คุณค่าทางอาหาร</span><br />
มันฝรั่งเป็นพืชที่สามารถให้ผลผลิตเร็ว ถึงแม้จะปลูกในพื้นที่ขนาดเล็กๆ มันก็ให้ผลผลิตเท่ากับข้าวที่ขึ้นในพื้นที่ที่มากกว่าถึง 2 เท่า มันทนสภาพดินฟ้าอากาศได้ทั้งร้อนและหนาว จึงทำให้สามารถขึ้นได้ดีบนพื้นที่ในบริเวณเทือกเขาแอนดิส ที่สูง 12,000 ฟุต และสถานที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล เช่น ในประเทศเนเธอร์แลนด์ได้ นักโภชนาการรู้ว่า โปรตีนที่ได้จากมันฝรั่งมีคุณภาพดีกว่าโปรตีนที่ได้จากพืชอื่นๆ เช่น ถั่วลิสง มันฝรั่ง 100 กรัม ให้พลังงาน 85 แคลอรี่ และ 99.9% ของผลผลิตไม่มีไขมัน นอกจากนี้มันฝรั่งยังมีธาตุแคลเซียม โปแตสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ไอโอดีน แมกนีเซียม กรดโฟลิก และวิตามิน ซี, บี-1 และบี-2 อีกทั้งยังพบว่าการที่กัปตันเรือในสมัยก่อนนิยมขนมันฝรั่งไปด้วยในการเดินทางไกล สาเหตุส่วนหนึ่งก็เพื่อป้องกันกัปตันและลูกเรือมิให้เป็นโรคเลือดออกตามไรฟันนั่นเอง การที่มันฝรั่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงเช่นนี้ นักโภชนาการจึงมีความเชื่อว่าหากใครต้องตกอยู่บนเกาะร้าง และเขามีมันฝรั่งจะปลูกเขาจะไม่มีวันอดอาหารตาย</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient443.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1932 colorbox-1930" title="มันฝรั่ง" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient443.jpg" alt="" width="500" height="460" /></a>เมื่อ 6,000 ปีก่อนคริสตกาล ผู้คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณเทือกเขาแอนดิสปลูกมันฝรั่งเป็นอาหาร ชาวอินคา บริโภคมันฝรั่งเป็นอาหารหลัก โดยนำมันมาตากแดดให้แห้งแล้วบด ให้ละเอียดเป็นแป้ง เซอร์จอห์น ฮอว์คิง (John Hawking) เป็นบุคคลแรกที่นำมันฝรั่งมาปลูกครั้งแรกที่ไอร์แลนด์ในปี พ.ศ. 2108 ชาวสก็อตเคยปฏิเสธไม่ยอมบริโภคมันฝรั่ง เพราะถือว่ามันเป็นผลไม้ปีศาจ จากการที่คัมภีร์ไบเบิลไม่เคยเอ่ยถึงพืชชนิดนี้เลย มาบัดนี้มันฝรั่งเป็นพืชที่เป็นที่รู้จักและยอมรับกันทั่วโลกแล้ว</p>
<p>&#8220;ศูนย์วิจัยมันฝรั่งนานาชาติ&#8221; (International Center for Potato Research) ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เป็นสถาบันวิจัยมันฝรั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก สถาบันแห่งนี้มีเจ้าหน้าที่และนักวิจัยรวม 600 คน ได้รับเงินงบประมาณปีละ 525 ล้านบาท ทำหน้าที่ค้นหาสายพันธุ์มันฝรั่งชนิดใหม่ๆ หาวิธีปรับปรุงกระบวนการที่จะทำให้มันฝรั่งให้ผลเร็วขึ้นและมากขึ้น หายาต่อต้านศัตรูที่จะมารบกวน รวมทั้งเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์เพื่อช่วยให้มันสามารถเจริญเติบโตในสภาพดินฟ้าอากาศที่ &#8220;ไม่ปกติ&#8221; อีกด้วย เอช ซานด์สตรา (H. Zandstra) ผู้อำนวยการสถาบันมีความประสงค์จะทำให้มันฝรั่งเป็นพืชของคนยากจนที่อาศัยอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนาทั่วโลก เขายังมีแผนการจะให้สถาบันของเขาเป็นพิพิธภัณฑ์อนุรักษ์สายพันธ์มันฝรั่งทุกชนิดในโลกอีกด้วยในอดีตชนเผ่าอินคาไม่เคยรู้จักยีน (gene) ของมันฝรั่ง แต่เขาก็รู้ว่า หากต้นไม้ที่ให้อาหารหลักแก่พวกเขาไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดี มันจะสูญพันธุ์ ดังนั้นเวลามีเทศกาลในนครคูซโค กษัตริย์อินคาจะทรงสวดมนต์อ้อนวอนพระผู้เป็นเจ้าให้คุ้มครองมันฝรั่ง</p>
<p><span style="color: #33cccc;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient032.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1934 colorbox-1930" title="มันฝรั่ง Potato" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient032.jpg" alt="" width="400" height="266" /></a>มันฝรั่ง มีวิตามินซี โพแทสเซียม วิตามินบี1 วิตามินบี6ที่ช่วยบำรุงประสาทและสมอง</span></p>
<p><span style="color: #808000;">วิธีการทานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด</span><br />
ล้างผิวให้สะอาดก่อนนำมาประกอบอาหาร มันฝรั่งที่เพิ่งเก็บมาใหม่ๆเป็นทางเลือกที่ดีมากของวิตามินซีและกรดไฮดรอกซีซินนามิก ซึ่งมีมากใต้ผิวเปลือก มันฝรั่งที่ต้มแช่เย็นเป็นแหล่งที่ดีของแป้งย่อยยากซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพของแบคทีเรียในลำไส้</p>
<p><span style="color: #ff6600;">ปริมาณที่ควรทาน</span><br />
ทานขนาดน้ำหนักประมาณ 175 กรัม สามารถลดไขมันด้วยการนำมันฝรั่งมาต้ม อบ บด หรือเผา ในน้ำมันเล้กน้อยแล้วโรยเกลือ รับปรทานก็ได้</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient033.jpg"><img class="size-full wp-image-1935 alignleft colorbox-1930" title="มันฝรั่ง Potato" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient033.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a>ประโยชน์ที่สำคัญ</span><br />
มันฝรั่งเป็นแหล่งของกรดไฮดรอกซีซินนามิกซึ่งต้านอนุมูลอิสระได้ เป็นแหล่งที่ดีของวินามินซี บี และเหล็ก หลีกเลี่ยงการทานมันฝรั่งอ่อนหรือมันฝรั่งเขียวเพราะมีสารไฟโทเคมิคอลที่เป็นพิษ</p>
<p><span style="color: #ff6600;">การควบคุมน้ำหนัก</span><br />
คนมักรู้สึกว่ามันฝรั่งทำให้อ้วน แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะการรับประทานมันฝรั่งที่มีไขมันต่ำ แต่มีสารอาหารและพอลิฟีนอลมากเป็นคำแนะนำสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แต่ควรเว้นการทอด ทานให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้นคือการทานในฝรั่งคู่กับถั่วชนิดต่างๆ หรือราดบนโยเกิร์ตธรรมชาติก็ได้</p>
<p>โพแทสเซียมที่มีอยู่ในปริมาณมากนั้น จะช่วยรักษาระดับความดันโลหิตในร่างกายให้เป็นปกติ จึงเป็นผลดีต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจ อีกทั้งยังควบคุมระบบย่อยอาหารให้มีการบีบตัวของอวัยวะในการย่อย และช่วยกระตุ้นน้ำย่อยให้ผลิตน้ำย่อยออกมาตามปกติ</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient445.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1936 colorbox-1930" title="มันฝรั่ง Potato" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient445.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a>นอกจากนี้แล้ว มันฝรั่งยังมีสรรพคุณในการรักษาอาการอักเสบของคางทูมได้ด้วย โดยนำมาบดกับน้ำส้มสายชูพอกทาให้ทั่วบริเวณอาการอักเสบดังกล่าวก็จะดีขึ้นตามลำดับ</p>
<p>ในอดีตชาวเปรู มักจะนำมันฝรั่งมาบดพอกรักษาอาการกระดูกหัก และทาแก้ปวดศีรษะ ซึ่งก็ได้ผลดี แต่ปัจจุบันก็ไม่มีรายงานดังกล่าวที่แน่ชัด</p>
<p>ไม่ควรเลือกซื้อมันฝรั่งที่แก่จนรากงอก หรือเปลี่ยนสีเพราะจะมีสารโซลานินมาก เป็นอันตรายต่อร่างกาย ส่งผลให้เป็นไข้สลบหมดสติได้ ส่วนหญิงมีครรภ์อาจแท้งบุตรได้เลย จึงต้องใส่ใจในการเลือกซื้อมันฝรั่งด้วย</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>December 23, 2011 -- <a href="http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81/" title="มันฝรั่งทองคำใต้ดินจากเปรู">มันฝรั่งทองคำใต้ดินจากเปรู</a> (0)</li><li>December 22, 2011 -- <a href="http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2/" title="มันฝรั่ง อาหารหลักของชาวยุโรป">มันฝรั่ง อาหารหลักของชาวยุโรป</a> (0)</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87-potato/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บริโภคผลไม้ &#8220;ลูกพรุน&#8221; เพื่อความสวยจากภายใน</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%84%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89-%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%84%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89-%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 20 Dec 2011 05:18:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกพรุน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1922</guid>
		<description><![CDATA[บริโภคผลไม้ &#8220;ลูกพรุน&#8221; เพื่อความสวยจากภายใน &#8220;สวยจากภายใน&#8221; สาวไหนๆ ก็ใฝ่ฝัน เพราะเป็นความสวยเดียวที่ยาวนานและยั่งยืน สวยแบบ Perfect น่ะง่ายนิดเดียว แค่คุมตัวเองให้อยู่หมัดด้วยเคล็ดลับดูดี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient438.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1923 colorbox-1922" title="ลูกพรุน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient438.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a>บริโภคผลไม้ &#8220;ลูกพรุน&#8221; เพื่อความสวยจากภายใน</span></p>
<p><span style="color: #ff6600;">&#8220;สวยจากภายใน&#8221; สาวไหนๆ ก็ใฝ่ฝัน</span><br />
เพราะเป็นความสวยเดียวที่ยาวนานและยั่งยืน สวยแบบ Perfect น่ะง่ายนิดเดียว แค่คุมตัวเองให้อยู่หมัดด้วยเคล็ดลับดูดี อย่าง<span style="color: #ff0000;">ขั้นตอนแรกเริ่มจากพักผ่อนให้เพียงพอ</span> <span style="color: #3366ff;">เอ็กเซอร์ไซส์ผิวหน้าบ้าง โดยใช้นิ้วมือกดนวดเป็นวงกลมให้ทั่วใบหน้า ทั้งหน้าผาก แก้ม และคางวันละครั้ง กระตุ้นเลือดลมให้ไหลเวียนเพื่อผิวหน้าสดใส ได้คลายเครียด</span> <span style="color: #993366;">แล้วก็อย่าลืมดื่มน้ำมากๆ วันละ 8-10 แก้ว</span></p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient440.jpg"><img class="size-full wp-image-1924 alignleft colorbox-1922" title="ลูกพรุน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient440.jpg" alt="" width="350" height="260" /></a><span style="color: #808000;">อีกวิธีที่ไม่ยากแค่ทานผลไม้ที่มีไฟเบอร์เยอะๆ อย่าง ลูกพรุน</span> <span style="color: #ff00ff;">ราชาแห่งไฟเบอร์</span> เพราะมีไฟเบอร์มากกว่ากล้วยและสับปะรดหลายเท่า แต่สาวๆ อาจจะเห็นว่าพรุนสดตามท้องตลาดมีราคาค่อนข้างแพง และหาซื้อได้ยาก ไม่ต้องห่วง เพราะเดี๋ยวนี้เค้ามีการนําพรุนสดๆ มาสกัดเป็นพรุนสกัดเข้มข้น เพื่อให้ง่ายต่อการรับประทานและยังอุดมด้วยแหล่งใยอาหารไฟเบอร์ชนิดโอลิโก ฟรุกโตสและอินซูลิน ที่สามารถเข้าไปช่วยบํารุงและช่วยให้จุลินทรีย์ที่มี<br />
ประโยชน์ต่อร่างกาย เจริญเติบโตเต็มที่ มีเลือดฝาด ประโยชน์ของพรุนสาธยายไม่หมด</p>
<p>นอกจากช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส พรุนยังแคลอรี่ต่ำ ไม่มีโคเลสเตอรอล ทําให้รูปร่างสมส่วนชวนมอง เรียกได้ว่าประโยชน์ของพรุนเอื้อให้สวยจากภายใน สดใสถึงภายนอกเชียวล่ะค่ะ คุณค่ามากขนาดนี้ล่ะที่ทําให้คุณสวยครบสูตรแบบ Beauty Balance</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient439.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1925 colorbox-1922" title="ลูกพรุน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient439.jpg" alt="" width="400" height="300" /></a>นอกจากไฟเบอร์แล้ว &#8220;พรุน&#8221; ยังเป็นผลไม้ที่มีธาตุเหล็กสูง นอกจากนี้ยังมีวิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด เช่น<br />
วิตามิน B2 (Riboflavin) ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง กระบวนการสร้างช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ โดยเฉพาะกับผิวหนัง เล็บและผม</p>
<p>แคลเซียม (Calcium) ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน รักษาระดับการเต้นของหัวใจ ช่วยระบบประสาทให้เป็นปกติ</p>
<p>วิตามิน C (Ascorbic Acid) สารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) เป็นส่วนประกอบพิเศษที่ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทําลายเมื่อเซลล์ถูกทําลาย โอกาสการเป็นมะเร็งก็มีสูงขึ้น วิตามิน C มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient441.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1926 colorbox-1922" title="ลูกพรุน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient441.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a>ดังนั้นการที่ลูกพรุนมี Anti-oxidant ในปริมาณสูงจะช่วยทําให้ร่างกายและสมองแก่ตัวช้าลง และมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งน้อยลง มีส่วนช่วยในกระบวนการ สังเคราะห์เม็ดเลือดแดง ช่วยให้ร่างกายต่อต้านแบคทีเรียได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p>วิตามิน E เป็น Anti-oxidant ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาของออกซิเจนที่ไม่สมบูรณ์ภายในร่างกาย ช่วยในการไหลเวียนของโลหิต ช่วยยืดอายุของเม็ดเลือดแดงทําให้ผิวพรรณเนียนนุ่มชุ่มชื่น ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร</p>
<p><span style="color: #333399;">ดังนั้นการรับประทานพรุนเป็นประจํา ไม่ว่าจะเป็นพรุนสด หรือพรุนสกัดเข้มข้น นอกจากจะช่วยในเรื่องระบบการขับถ่าย แก้ไขอาการท้องผูกได้แล้ว ยังช่วยขจัดสารพิษ ออกจากร่างกาย ลดความอ่อนเพลีย เมื่อยล้า ลดความเครียด และยังช่วยให้ผิวพรรณดีอีกด้วย จึงเป็นผลไม้ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัยค่ะ</span></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>No Related Post</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a0%e0%b8%84%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89-%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลูกพรุน เพื่อนดีๆที่ควรมีไว้ทานทุกวัน</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%86%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%86%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Dec 2011 05:03:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1910</guid>
		<description><![CDATA[ลูกพรุน เพื่อนดีๆที่ควรมีไว้ทานทุกวัน เมื่อเอ่ยถึงลูกพรุนเชื่อเหลือเกินว่าใครหลายๆคนคงทำ หน้างง นึกไม่ออกว่าเจ้าลูกพรุนนนี้มีหน้าตาและรสชาติอย่างไร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #339966;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient429.jpg"><img class="size-full wp-image-1911 alignleft colorbox-1910" title="ลูกพรุน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient429.jpg" alt="" width="250" height="359" /></a>ลูกพรุน เพื่อนดีๆที่ควรมีไว้ทานทุกวัน</span><br />
เมื่อเอ่ยถึงลูกพรุนเชื่อเหลือเกินว่าใครหลายๆคนคงทำ หน้างง นึกไม่ออกว่าเจ้าลูกพรุนนนี้มีหน้าตาและรสชาติอย่างไร และที่สำคัญมันมีประโยชน์มากน้อยแค่ไหนกับชีวิตคนเมืองอย่างเรา แต่สำหรับคนที่รู้จักถึงขั้นสนิทสนมกับลูกพรุนแล้ว รับรองว่าต้องยกให้เป็นที่หนึ่งในใจตลอดกาลเลยทีเดียว เอาล่ะค่ะเกริ่นเข้าข้างมาซะยาว เรามาทำความรู้จักกับลูกพรุนกันเลยดีกว่า</p>
<p>ลูกพรุนหรือลูกพลัมเป็นผลไม้ที่มีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เป็นที่รู้จักและนิยมนำมารับประทานกันเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือ ลักษณะที่นำมารับประทานมีทั้งรับประทานเป็นผลสด นำมาตากแห้ง ทำเป็นน้ำลูกพรุน และนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหาร ในปัจจุบันประเทศทางแถบเอเชียให้ความสนใจลูกพรุนมากขึ้น เนื่องจากคุณค่าทางอาหารและประโยชน์ที่ได้รับจากการรับประทานลูกพรุน และผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มาจากลูกพรุน</p>
<p>แล้วอะไรอยู่ในลูกพรุนบ้าง ในลูกพรุนจะประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้ เหล็ก(Iron)เป็น ส่วนประกอบที่ใช้ในการสังเคราะห์ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงซึ่งเป็นที่รู้จัก กันดีว่าผู้หญิงเรานั้นในแต่ละเดือนต้องสูญเสียเลือดประจำเดือนไปเท่าไร ธาตุเหล็กจึงมีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆที่ขาดไม่ได้ ใครอยากมีเลือดฝาดอย่ามองข้ามลูกพรุน</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient430.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1912 colorbox-1910" title="ลูกพรุน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient430.jpg" alt="" width="400" height="400" /></a>วิตามิน B2(Riboflavin) ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง กระบวนการสร้างช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ โดยเฉพาะกับผิวหนัง เล็บและผม</p>
<p>แคลเซียม(Calcium) ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน รักษาระดับการเต้นของหัวใจ ช่วยระบบประสาทให้เป็นปกติ</p>
<p>วิตามิน C(Ascorbic Acid) สารต้านอนุมูลอิสระ(Anti-oxidant)เป็นส่วนประกอบพิเศษที่ช่วยป้องกันเซลล์ จากการถูกทำลายเมื่อเซลล์ถูกทำลายโอกาสการเป็นมะเร็งก็มีสูงขึ้น วิตามินcมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นการที่ลูกพรุนมี Anti-oxidantในปริมาณสูงจะช่วยทำให้ร่างกายและสมองแก่ตัวช้าลง และมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งน้อยลง มีส่วนช่วยในกระบวนการสังเคราะห์เม็ดเลือดแดง ช่วยให้ร่างกายต่อต้านแบคทีเรียได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p>วิตามิน E เป็น Anti-oxidant ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาของออกซิเจนที่ไม่สมบูรณ์ภายในร่างกาย ช่วยการไหลเวียนของโลหิต ช่วยยืดอายุของเม็ดเลือดแดงทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่มชุ่มชื่น ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient431.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1913 colorbox-1910" title="ลูกพรุน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient431.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a>และที่จะลืมกล่าวถึงไม่ได้คือ ลูกพรุนนั้นอุดมไปด้วยกากใยหรือไฟเบอร์สูงมาก มีคุณสมบัติเป็นยาระบาย บรรเทาอาการท้องผูกได้อย่างปลอดภัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นประโยชน์ทำให้ขับถ่ายได้คล่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตปัจจุบันที่ฝากไว้กับอาหารถุง ซึ่งแทบจะไม่มีอะไรที่เป็นกากใยเลย ลูกพรุนเป็นคำตอบที่ไม่น่ามองข้ามนะคะ</p>
<p>ทีนี้อาจมีคำถามตามมาว่า แล้วจะไปหาลูกพรุนทานได้จากที่ไหนดี ไม่ยากเลยค่ะ เพราะในปัจจุบันได้มีการนำลูกพรุนมาแปรรูปให้รับประทานกันได้ง่ายขึ้นเท่า ที่เห็นวางขายมีทั้งแบบอบแห้ง แบบผสมในนมเปรี้ยว แบบเชื่อม แบบสกัดเข้มข้น แบบเป็นน้ำผลไม้ หรือจะเป็นส่วนผสมในขนมต่างๆ เช่น เค้กลูกพรุน คุกกี้ลูกพรุน เห็นไหมค่ะว่าหาทานง่ายแค่ไหน</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient432.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1914 colorbox-1910" title="ลูกพรุน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient432.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a>อย่าให้เจ้าลูกพรุนเขาน้อยใจนะคะว่าอุตส่าห์ทำตัวให้หาทานง่ายๆแล้ว เรายังใจร้ายไม่ยอมลิ้มลองเขาอีก เพราะกล้าบอกได้เลยค่ะว่า ใครลองทานลูกพรุนแล้วติดใจกันทุกราย เพราะอะไรหรอคะ แหมอย่างนี้คงต้องย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นใหม่แล้วค่ะ</p>
<p>ฉบับนี้เรามีสูตรน้ำลูกพรุนง่ายๆมาฝากกันอีกเช่นเคย ลองทำดูนะคะ ไม่ยุ่งยากเลย</p>
<p>ส่วนผสม</p>
<p>- ลูกพรุนแห้ง 2 ผล<br />
- น้ำตาลทราย พอสมควร<br />
- เกลือป่น เล็กน้อย<br />
- น้ำสะอาด 2 ลิตร<br />
- น้ำแข็งทุบ พอสมควร</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient433.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1915 colorbox-1910" title="ลูกพรุน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient433.jpg" alt="" width="500" height="402" /></a><span style="color: #339966;">วิธีทำ</span></p>
<p>1. นำลูกพรุนแห้งและน้ำตั้งไฟปานกลางจนเดือดสักครู่ น้ำจะเป็นสีน้ำตาลอ่อน<br />
2. ใส่น้ำตาลทรายและเกลือป่นเล็กน้อย ชิมอย่าให้รสหวานมากเกินไป<br />
ถ้าใส่เกลือให้ใช้เพียงเล็กน้อยประมาณ 1 หยิบมือเท่านั้น(เพราะปกติการต้มน้ำผลไม้ตากแห้งมักไม่ใส่เเกลือ)<br />
3. ยกลงจากเตาทิ้งไว้จนเย็น เวลาดื่มขณะอุ่นรสชาติเหมือนน้ำชาจีน</p>
<p><span style="color: #ff00ff;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient434.jpg"><img class="size-full wp-image-1916 alignleft colorbox-1910" title="ลูกพรุน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient434.jpg" alt="" width="360" height="360" /></a>ลูกพรุน กินแล้วสวยใส</span><br />
ลูกพรุน เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ (เส้นใย) ธาตุเหล็กสูง นอกจากนี้ยังมีวิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3</p>
<p>วิตามินซี โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมและสังกะสี ลูกพรุนมีไขมันต่ำ แคลอรี่น้อย และสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ มีคุณสมบัติ สามารถอุ้มน้ำไว้ระหว่างใย จึงทำให้กากอาหารนิ่ม และมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงาน ของลำไส้ ให้มีการเคลื่อนไหวบีบตัว ได้ดีขึ้น จึงทำให้ท้องไม่ผูก องค์ประกอบที่วิเศษ อีกอย่างคือ เป็นเส้นใยที่ละลายน้ำได้ จึงทำหน้าที่ ไปขัดขวาง การดูดซึมของไขมัน และน้ำตาลในเลือด ซึ่งเหมาะกับผู้สูงอายุ ที่เป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ ที่อาจเกิดอันตรายได้หากมีการเบ่งอุจจาระแรง</p>
<p>ในลูกพรุน มีกากใยธรรมชาติ Dietary fiber จำนวนมากหลายชนิด ซึ่งเป็นทั้งชนิดที่ละลายน้ำได้ และละลายน้ำไม่ได้ กากใยอาหารนี้มีส่วนช่วยลดโคเลสเตอรอลได้ และจากการทดลองรับประทานลูกพรุน พบว่าสามารถลดไขมันในเลือด (LDL cholesterol) ในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงได้ พบว่ากลไกดังกล่าวเกิดจากกากใยอาหารชนิด เซลลูโลสซึ่งละลายน้ำไม่ได้ และเพ็คตินซึ่งละลายน้ำได้</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient435.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1917 colorbox-1910" title="ลูกพรุน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient435.jpg" alt="" width="349" height="500" /></a>มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงอีกจำนวนมาก นอกจากนี้น้ำลูกพรุนยังเป็นอาหารที่วิตามินซี วิตามินอี แหล่งที่ดีของธาตุเหล็ก และไฟเบอร์หรือกากใยอาหาร น้ำลูกพรุนแม้จะมีรสหวานแต่ส่วนมากประกอบไปด้วยน้ำตาลชนิด ฟลุคโตสและซอร์บิทอล ซึ่งไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญยังช่วยระบายและรักษาอาการท้องผูกได้อย่างปลอดภัยทั้งในผู้ใหญ่ และในเด็กเล็ก แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กก็ควรปรึกษาแพทย์ด้วยเสมอ</p>
<p>วิตามิน B2 (Riboflavin) ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ช่วยในการมองเห็น ผิวหนัง เล็บ และผม</p>
<p>วิตามิน C (Ascorbic Acid) สารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) เป็นส่วนประกอบพิเศษที่ช่วยป้องกันเซลล์ จากการถูกทำลาย ซึ่งเมื่อเซลล์ถูก</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient436.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1918 colorbox-1910" title="ลูกพรุน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient436.jpg" alt="" width="500" height="417" /></a>ทำลายก็จะเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งสูง วิตามิน C มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นการที่ลูกพรุนมี Anti-oxidant ในปริมาณสูงจะช่วยทำให้ร่างกายและสมองแก่ตัวช้าลง และมีอัตราการเกิดเป็นโรคมะเร็งน้อยลง มีส่วนช่วยในกระบวนการสังเคราะห์เม็ดเลือดแดง และทำให้ร่างกายต่อต้านแบคทีเรียได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p>วิตามิน E เป็น Anti-oxidant ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาของออกซิเจนที่ไม่สมบูรณ์ภายในร่างกาย ช่วยการไหลเวียนของโลหิต ช่วยยืดอายุของเม็ดเลือดแดง ทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่ม ช่วยบำรุงสายตา</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient437.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1919 colorbox-1910" title="ลูกพรุน" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient437.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a>แคลเซียม (Calcium) ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน รักษาระดับการเต้นของหัวใจ ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้อย่างเป็นปกติ</p>
<p>เหล็ก (Iron) เป็นส่วนประกอบที่ใช้ในการสังเคราะห์ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง พรุนแห้งหนึ่งขีดมีธาตุเหล็ก 2.78 มิลลิกรัม จึงเป็นแหล่งของธาตุเหล็กได้เป็นอย่างดี</p>
<p style="text-align: right;"><span style="color: #99cc00;">ที่มาห้องสมุด E-LIB</span></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>No Related Post</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%86%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พลัมและพรุน Plum and Prunes</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99-plum-and-prunes/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99-plum-and-prunes/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 18 Dec 2011 03:44:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>
		<category><![CDATA[Plum]]></category>
		<category><![CDATA[Prunes]]></category>
		<category><![CDATA[พรุน]]></category>
		<category><![CDATA[พลัม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1899</guid>
		<description><![CDATA[พลัมและพรุน Plum Prunes พลัมหรือไหนเป็นไม้ผลที่มีผลแบบผลเมล็ดเดียวแข็ง อยู่ในสกุล Prunus สกุลย่อย Prunus ซึ่งเป็นสกุลย่อยที่ต่างจากสกุลย่อยอื่นๆ (ลูกท้อ, เชอร์รี่, อื่นๆ) ตรงหน่อมีตายอดและตาข้างเดี่ยว (ไม่เป็นกลุ่ม) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient421.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1900 colorbox-1899" title="พลัมและพรุน Plum Prunes" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient421.jpg" alt="" width="500" height="334" /></a><span style="color: #339966;">พลัมและพรุน Plum Prunes</span><br />
พลัมหรือไหนเป็นไม้ผลที่มีผลแบบผลเมล็ดเดียวแข็ง อยู่ในสกุล Prunus สกุลย่อย Prunus ซึ่งเป็นสกุลย่อยที่ต่างจากสกุลย่อยอื่นๆ (ลูกท้อ, เชอร์รี่, อื่นๆ) ตรงหน่อมีตายอดและตาข้างเดี่ยว (ไม่เป็นกลุ่ม) ดอกออกเป็นกลุ่ม 1-5 ดอกบนก้านสั้นๆ ผลมีร่องยาวด้านข้าง และเมล็ดเรียบเมื่อผลโตเต็มที่มีมีนวลสีขาวปกคลุม สามารถถูกออกได้ง่าย สารเคลือบนั้นรู้จักกันดีในชื่อ <span style="color: #ff0000;">&#8220;wax bloom&#8221;</span></p>
<p><span style="color: #008080;">Prunus spp.</span><br />
คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 ก. (3.5 ออนซ์)<br />
พลังงาน 50 kcal 190 kJ<br />
คาร์โบไฮเดรต 11.4 g<br />
- น้ำตาล 9.9 g<br />
- ใยอาหาร 1.4 g<br />
ไขมัน 0.28 g<br />
โปรตีน 0.70 g<br />
วิตามินซี 9.5 mg 16%<br />
ฟอสฟอรัส 16 mg 2%<br />
โพแทสเซียม 157 mg 3%<br />
1 fruit (2-1/8&#8243; dia) 66 g<br />
1 cup, sliced 165 g</p>
<p>ร้อยละของปริมาณที่ต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ที่แนะนำในสหรัฐอเมริกาแหล่งที่มา: USDA Nutrient database</p>
<p><span style="color: #008080;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient422.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1901 colorbox-1899" title="พลัมและพรุน Plum Prunes" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient422.jpg" alt="" width="500" height="343" /></a>พลัมแห้ง, ยังไม่ได้ประกอบอาหาร</span><br />
คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 ก. (3.5 ออนซ์)<br />
พลังงาน 240 kcal 1010 kJ<br />
พลังงาน 240 kcal 1010 kJ<br />
คาร์โบไฮเดรต 63.88 g<br />
- น้ำตาล 38.13 g<br />
- ใยอาหาร 7.1 g<br />
ไขมัน 0.38 g<br />
โปรตีน 2.18 g<br />
วิตามินซี 0.6 mg 1%<br />
ฟอสฟอรัส 69 mg 10%<br />
โพแทสเซียม 732 mg 16%<br />
1 prune, pitted 9.5 g<br />
1 cup, pitted 174 g<br />
ร้อยละของปริมาณที่ต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ที่แนะนำในสหรัฐอเมริกาแหล่งที่มา: USDA Nutrient databaseจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี</p>
<p>ลูกพรุน (Prunes),ลูกพลัม (Plum),ลูกไหน,พลัมและพรุน (Plum, Prunus japonica)มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ความสามารถต้านอนุมูลอิสระสูง เป็นแหล่งของเหล็กและโพแทสเซียม</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient423.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1902 colorbox-1899" title="พลัมและพรุน Plum Prunes" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient423.jpg" alt="" width="450" height="301" /></a>วิธีการทานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด</span><br />
พลัมสดหรือแห้งก็มีประโยชน์ทั้งสิ้นสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ดี การตุ๋นจะไม่ทำลายกรดไฮดรอกซีซิน นามิก แต่อาจมีบางส่วนละลายออกไปในน้ำ พรุนมีประโยชน์ในการทำเบเกอรี่ไขมันต่ำ โดยใช้ซุปพรุนข้นแทนครึ่งหนึ่งของปริมาณไขมัน</p>
<p><span style="color: #33cccc;">ปริมาณที่ควรทาน</span><br />
พลัม 3 เมล็ด หนักประมาณ 90 กรัม หรือพรุน 3 เมล็ด เท่ากับผลไม้ 1 ส่วน รับประทานพลัมสดเป็นอาหารว่าง หรือจะเป็นส่วนผสมในการทำเบเกอร์รี่ก็ได้ ตุ๋นเป็นอาหารว่างก็เข้าท่านะจ้ะ</p>
<p><span style="color: #ff6600;">ประโยชน์ที่สำคัญ</span><br />
พลัมและพรุน(พลัมแห้ง) เป็นแหล่งของกรดไฮดรอกซีซิน นามิก จึงเป็นแหล่งที่ดีของสารต้านอนุมูลอิสระช่วยเรื่อง</p>
<p><span style="color: #00ccff;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient424.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1903 colorbox-1899" title="พลัมและพรุน Plum Prunes" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient424.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a>สุขภาพลำไส้</span><br />
กรดไฮดรอกซีซิน นามิก เช่นกรดฟีรูลิก ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ โดยอาจยับยั้งการสร้างอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งอย่างรุนแรงในลำไส้ที่ชื่อว่า พีรอกซีไนไทรต์ ทราบกันดีว่าพรุนมีฤทธิ์ช่วยเรื่องการขับถ่าย ซึ่งอาจเกิดจากน้ำตาลในพรุน</p>
<p><span style="color: #ff6600;">ความสามารถต้านอนุมูลอิสระ</span><br />
พรุนเป็นผลไม้ที่แห้งจึงมีฤทธิ์ต้านอนุมูลออิสระโออาร์เอซีอยู่สูงมาก หมายความว่าพรุนมีความสามารถต้านอนุมูลอิสระได้สูง และยังมีสารอาหารที่เข้มข้นโดยเฉพาะโพแทสเซียมและเหล็กเมื่อเทียบกับพลัมสด</p>
<p><span style="color: #008080;">พลัมและพรุน</span><br />
พรุน(พลัมแห้ง) มีเส้นใยอาหารและสารอาหารมากลูกพรุนนี้มีคุณค่าอาหาร สูงมาก อุดมไปด้วยไฟเบอร์ (เส้นใย) แมกนีเซียม เหล็ก โปแตสเซียม และวิตามินบี สำหรับสาวๆที่อยากลดน้ำหนักกินลูกพรุนเยอะๆจะดีมาก เพราะลูกพรุนมีไขมันต่ำ แคลอรี่น้อย และสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ อีกด้วย</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient425.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1904 colorbox-1899" title="พลัมและพรุน Plum Prunes" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient425.jpg" alt="" width="400" height="342" /></a>ในลูกพรุน มีกากใยธรรมชาติ Dietary fiber จำนวนมากหลายชนิด ซึ่งเป็นทั้งชนิดที่ละลายน้ำได้ และละลายน้ำไม่ได้ กากใยอาหารนี้มีส่วนช่วยลดโคเลสเตอรอลได้ และจากการทดลองรับประทานลูกพรุน พบว่าสามารถลดไขมันในเลือด (LDL cholesterol) ในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงได้ พบว่ากลไกดังกล่าวเกิดจากกากใยอาหารชนิด เซลลูโลสซึ่งละลายน้ำไม่ได้ และเพ็คตินซึ่งละลายน้ำได้มีสาร ต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงอีกจำนวนมาก นอกจากนี้น้ำลูกพรุนยังเป็นอาหารที่วิตามินซี วิตามินอี แหล่งที่ดีของธาตุเหล็ก และไฟเบอร์หรือกากใยอาหาร น้ำลูกพรุนแม้จะมีรสหวานแต่ส่วนมากประกอบไปด้วยน้ำตาลชนิด ฟลุคโตสและซอร์บิทอล ซึ่งไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญยังช่วยระบายและรักษาอาการท้องผูกได้อย่างปลอดภัยทั้งในผู้ใหญ่ และในเด็กเล็ก แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กก็ควรปรึกษาแพทย์ด้วยเสมอ</p>
<p><span style="color: #ff9900;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient426.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1905 colorbox-1899" title="พลัมและพรุน Plum Prunes" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient426.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a>มีวิตามิน B2 (Riboflavin)</span> ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ช่วยในการมองเห็น ผิวหนัง เล็บ และผมมีวิตามิน E เป็น Anti-oxidant ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาของออกซิเจนที่ไม่สมบูรณ์ภายในร่างกาย ช่วยการไหลเวียนของโลหิต ช่วยยืดอายุของเม็ดเลือดแดง ทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่ม ช่วยบำรุงสายตา</p>
<p><span style="color: #ff99cc;">มีแคลเซียม (Calcium)</span> ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน รักษาระดับการเต้นของหัวใจ ช่วยให้ระบบประสาททำงานได้อย่างเป็นปกติ</p>
<p><span style="color: #00ccff;">มีเหล็ก (Iron)</span> เป็นส่วนประกอบที่ใช้ในการสังเคราะห์ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง พรุนแห้งหนึ่งขีดมีธาตุเหล็ก 2.78 มิลลิกรัม จึงเป็นแหล่งของธาตุเหล็กได้เป็นอย่างดี</p>
<p><span style="color: #800080;">ลูกพรุนหรือลูกพลัม</span><br />
ลูกพรุนหรือลูกพลัมเป็น ผลไม้ที่มีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เป็นที่รู้จักและนิยมนำมารับประทานกันเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือ ลักษณะที่นำมารับประทานมีทั้งรับประทานเป็นผลสด นำมาตากแห้ง ทำเป็นน้ำลูกพรุน และนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหาร ในปัจจุบันประเทศทางแถบเอเชียให้ความสนใจลูกพรุนมากขึ้น เนื่องจากคุณค่าทาง อาหารและประโยชน์ที่ได้รับจากการรับประทานลูกพรุน และผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มาจากลูกพรุน</p>
<p><span style="color: #008080;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient427.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1906 colorbox-1899" title="พลัมและพรุน Plum Prunes" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient427.jpg" alt="" width="500" height="382" /></a>ลูกพรุนนั้นอุดมไปด้วยกากใยหรือไฟเบอร์สูงมาก มีคุณสมบัติเป็นยาระบาย แคลอรี่น้อย บรรเทาอาการท้องผูกได้อย่างปลอดภัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็น</span></p>
<p>ประโยชน์ทำให้ขับถ่ายได้คล่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตปัจจุบันที่ฝากไว้กับอาหารถุง ซึ่งแทบจะไม่มีอะไรที่เป็นกากใยเลย ลูกพรุนเป็นคำตอบที่ไม่น่ามองข้ามเลยทีเดียวในลูกพรุน มีกากใยธรรมชาติ Dietary fiber จำนวนมากหลายชนิด ซึ่งเป็นทั้งชนิดที่ละลายน้ำได้ และละลายน้ำไม่ได้ กากใยอาหารนี้มีส่วนช่วยลดโคเลสเตอรอลได้ และจากการทดลองรับประทานลูกพรุน พบว่าสามารถลดไขมันในเลือด (LDL cholesterol) ในผู้ป่วยที่มีไขมันในเลือดสูงได้ พบว่ากลไกดังกล่าวเกิดจากกากใยอาหารชนิด เซลลูโลสซึ่งละลายน้ำไม่ได้ และเพ็คตินซึ่งละลายน้ำได้</p>
<p>มีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง อีกจำนวนมาก นอกจากนี้น้ำลูกพรุนยังเป็นอาหารที่วิตามินซี วิตามินอี แหล่งที่ดีของธาตุเหล็ก และไฟเบอร์หรือกากใยอาหาร น้ำลูกพรุนแม้จะมีรสหวานแต่ส่วนมากประกอบไปด้วยน้ำตาลชนิด ฟลุคโตสและซอร์บิทอล ซึ่งไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญยังช่วยระบายและรักษาอาการท้องผูกได้อย่างปลอดภัยทั้งในผู้ใหญ่ และในเด็กเล็ก แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กก็ควรปรึกษาแพทย์ด้วยเสมอ</p>
<p><span style="color: #99cc00;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient428.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1907 colorbox-1899" title="พลัมและพรุน Plum Prunes" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient428.jpg" alt="" width="500" height="385" /></a>ในลูกพรุน</span><br />
วิตามิน B2(Riboflavin) ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง กระบวนการสร้างช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ โดยเฉพาะกับผิวหนัง เล็บและผม แคลเซียม(Calcium) ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟัน รักษาระดับการเต้นของหัวใจ ช่วยระบบประสาทให้เป็นปกติ วิตามิน C(Ascorbic Acid) สาร ต้านอนุมูลอิสระ(Anti-oxidant)เป็นส่วนประกอบพิเศษที่ช่วยป้องกันเซลล์จาก การถูกทำลายเมื่อเซลล์ถูกทำลายโอกาสการเป็นมะเร็งก็มีสูงขึ้น วิตามินcมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นการที่ลูกพรุนมี Anti-oxidantในปริมาณสูงจะช่วยทำให้ร่างกายและสมองแก่ตัวช้าลง และมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งน้อยลง มีส่วนช่วยในกระบวนการสังเคราะห์เม็ดเลือดแดง ช่วยให้ร่างกายต่อต้านแบคทีเรียได้ดียิ่งขึ้น</p>
<p><span style="color: #808000;">วิตามิน E เป็น Anti-oxidant</span> ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาของออกซิเจนที่ไม่สมบูรณ์ภายในร่างกาย ช่วยการไหลเวียนของโลหิต ช่วยยืดอายุของเม็ดเลือดแดงทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่มชุ่มชื่น ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>No Related Post</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%99-plum-and-prunes/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แพร์ หรือ สาลี่</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 17 Dec 2011 03:22:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1892</guid>
		<description><![CDATA[แพร์ หรือ สาลี่ เป็นผลไม้ที่ชอบอากาศหนาวเย็น ปลูกมากในประเทศจีน สาลี่แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือสาลี่ฝรั่งซึ่งมีเนื้อนุ่ม และสาลี่จีนซึ่งมีเนื้อกรอบ ผลสาลี่มีเนื้อฉ่ำ รสหวาน เปลือกมีสีเหลือง ต้านแบคทีเรีย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient419.jpeg"><img class="size-full wp-image-1893 alignleft colorbox-1892" title="แพร์ หรือ สาลี่" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient419.jpeg" alt="" width="212" height="320" /></a><span style="color: #ff00ff;">แพร์ หรือ สาลี่</span> เป็นผลไม้ที่ชอบอากาศหนาวเย็น ปลูกมากในประเทศจีน<br />
สาลี่แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือสาลี่ฝรั่งซึ่งมีเนื้อนุ่ม และสาลี่จีนซึ่งมีเนื้อกรอบ ผลสาลี่มีเนื้อฉ่ำ รสหวาน เปลือกมีสีเหลือง</p>
<p>ต้านแบคทีเรีย มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง มีประโยชน์เป็นอาหารภูมิแพ้<br />
แพร์ เป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีเส้นใยสูงสุด</p>
<p>วิธีการทานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด <span style="color: #008000;">ควรทานทั้งเปลือกเพราะว่าประโยชน์จะมากที่ผิวเปลือก แต่ก่อนทานควรล้างให้สะอาดนะค่ะ</span></p>
<p>ปริมาณที่ควรทาน ประมาณ 160 กรัม ทานสดๆเป็นของว่างหรือจะใส่ในสลัดก็ได้</p>
<p>ลูกแพร์ เต็มไปด้วยวิตามินซี กรดโฟลิก ไนอาซิน แคลเซียม โพแทสเซียม และแมกนีเซียม พร้อมแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติเป็นด่าง ลดคอเลสเตอรอล ชะล้างของเสียที่สะสมอยู่ในไต ทำความสะอาดไส้ตรง รักษาระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะที่ส่วนของผลลูกแพร์ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากใยอาหาร กรดไฮดรอกซีซินนามิก และเส้นใยเพ็กตินช่วยขับโลหะหนักออกจากร่างกาย</p>
<p>สาลี่ผลไม้ที่ดูอย่างไรหน้าตาก็คล้ายกับแอปเปิล คุณสมบัติของสาลี่เป็นผลไม้เย็น ดังนั้นจะช่วยให้รู้สึกสดชื่น ดับกระหายได้เมื่อเรากิน เวลาเป็นไข้การดื่มน้ำสาลี่จะช่วยถอนพิษไข้ให้คุณฟื้นไข้ได้เร็วกว่าปกติ</p>
<p>เมล็ดของสาลี่ก็มีประโยชน์มากเช่นกัน เพราะการดื่มน้ำต้มเมล็ดสาลี่ จะช่วยบรรเทาและรักษาอาการขัดเบา ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะแสบได้เป็นอย่างดี</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient420.jpg"><img class="size-full wp-image-1894 alignright colorbox-1892" title="แพร์ หรือ สาลี่" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient420.jpg" alt="" width="328" height="500" /></a>บางคนอาจนิยมนำสาลี่มาดองไว้กิน ซึ่งก็มีประโยชน์ไม่แพ้สาลี่สด เพราะการหมักดองจะทำให้เกิด จุลินทรีย์ เมื่อกินเข้าไป จุลินทรีย์ดังกล่าวจะช่วยย่อยอาหาร ทำให้ระบบขับถ่ายของร่างกายเป็นปกติ อีกทั้งยังช่วยรักษาอาการเจ็บคอ และรักษาโรคพิษสุราเรื้อรังอีกด้วย คุณประโยชน์ขนาดนี้จะพลาดได้อย่างไร</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #ff00ff;">ประโยชน์ที่สำคัญ</span><br />
แพร์เป็นแหล่งของกรดไฮดรอกซีซินนามิกซึ่งสามารถดูดซึมได้ในร่างกาย ต้านอนุมูลอิสระได้ดีและอาจยับยั้งการรวมตัวของสารก่อมะเร็งต้านแบคทีเรีย การศึกษในห้องทดลองพบว่ากรดไฮดรอกซีซินนามิกสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายได้ เช่นชิเจลลา ซอนนีอายสาเหตุของท้องร่วงรุนแรง</p>
<p><span style="color: #808000;">มะเร็ง</span> กรดไฮดรอกซีซินนามิกอาจช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ โดยรวมตัวกับไนเทรตในกระเพาะอาหารแล้วยับยั้งการเปลี่ยนแปลงเป็นไนโทณซามีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง</p>
<p><span style="color: #808000;">การแพ้อาหาร</span> แพร์เป็นหนึ่งในอาหารไม่กี่ชนิดที่กระตุ้นปฏิกิริยาภูมิแพ้น้อยมากจึงไม่ควรถูกรวมอยู่ในสาเหตุของการแพ้อาหาร</p>
<p><span style="color: #ff9900;">สาลี่ ผลไม้ที่มีประโยชน์มากกว่าที่คิด</span><br />
เป็นที่รู้กันดีว่าศาสตร์แห่งการทำอาหารของชาวตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจีน ล้วนแล้วแต่ลึกลับซ่อนไว้ด้วยฤทธิ์แห่งยา ทำให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งความรู้เหล่านี้ล้วนแต่สืบทอดกันมาเป็นพันๆ ปี แม้แต่วิทยาศาสตร์ปัจจุบันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ศาสตร์แห่งอาหารจีนมีผลทางยาอย่างแท้จริงอีกเมนูหนึ่งที่เราจะขอแนะนำ เป็นหนึ่งในศาสตร์แห่งอาหารจีน ที่สำคัญและยังเป็นอาหารรสเลิศ รับประทานไปโดยไม่ทำให้รู้สึกว่า กำลังรับประทานยาอยู่แต่อย่างใด ที่สำคัญยังเป็นของหาง่าย ซื้อขายได้ทั่วไป นั่นคือ &#8220;สาลี่&#8221; แม้แต่เมืองไทยก็ทำการ เพาะปลูกกันแล้ว แต่ใครเลยจะรู้บ้างว่า สาลี่ ผลไม้พื้นเมืองธรรมดาจะให้คุณค่าอนัตต์ต่อร่างกาย</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient418.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1895 colorbox-1892" title="แพร์ หรือ สาลี่" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient418.jpg" alt="" width="500" height="363" /></a>สาลี่ ภาษาจีนเรียกว่า <span style="color: #3366ff;">“ค้วยก้วย” “บิกแป๋” “เง็กยู” หรือ “ก้วยจา”</span> ตำราอาหารจีนยกให้สาลี่เป็น <span style="color: #ff0000;">“สุดยอดแห่งผลไม้”</span> <span style="color: #008080;">เนื่องจากมีรสชาติหวานเย็นและมีคุณค่าทางอาหารสูง สาลี่มีหลายพันธุ์ แต่ที่นิยมก็คือสาลี่หอม และสาลี่น้ำหอม (สาลี่หิมะ) ปัจจุบันสาลี่เป็นผลไม้ที่หาได้ง่ายในทุกฤดู</span></p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #808000;">สรรพคุณ</span><br />
สาลี่มีฤทธิ์เย็น รสหวานหอม จึงใช้รักษาผู้ที่มีอาการร้อนใน<br />
สาลี่มีน้ำเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ จึงช่วยให้สดชื่น ชุ่มคอ แก้กระหาย นอกจากนี้น้ำตาลในสาลี่ยังเป็นน้ำตาลที่ร่างกายนำไปใช้เป็นพลังงานได้ง่าย<br />
สาลี่มีธาตุอาหาร เช่น เบตาแคโรทีน วิตามินซี วิตามินเค แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และเส้นใยที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคเบาหวาน กระตุ้นภูมิคุ้มกันแก้อาการท้องผูก ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งและความชรา<br />
ช่วยให้กระเพาะทำงานได้ดี ช่วยย่อย ขับปัสสาวะ กระตุ้นการทำงานของไต และลดความดันโลหิต<br />
สาลี่ดองกินแก้พิษสุรา หากกินหลังอาหารจะช่วยย่อย หรือลดอาการท้องอืดได้</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff6600; text-decoration: underline;">วิธีใช้</span></span><br />
คั้นน้ำสาลี่สดดื่มทุกวันจะช่วยป้องกันหวัด ลดเสมหะ ลดอาการไอ<br />
สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ให้นำสาลี่หอมหรือสาลี่หิมะ 5 ผล ปอกเปลือกและปั่นจนละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง 250 กรัม นำไปเคี่ยวจนข้นเป็นเนื้อเดียวกันกินและดื่มน้ำตามทุกวัน จะช่วยให้อาการดีขึ้น<br />
ตุ๋นรังนกใส่สาลี่และน้ำตาลกรวดพอประมาณ กินบรรเทาอาการไอเรื้อรัง ลดอาการหืดหอบ และอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับปอด<br />
<a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient419.jpg"><img class="size-full wp-image-1896 alignleft colorbox-1892" title="แพร์ หรือ สาลี่" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient419.jpg" alt="" width="250" height="377" /></a><span style="color: #ff0000;">ข้อควรระวัง</span><br />
<span style="color: #008000;">เปลือกของสาลี่มีสารอาหารที่มีคุณค่มากมาย แต่เนื่องจากมีการใช้ยาฆ่าแมลงสูงจึงควรล้างให้สะอาดก่อนเสมอ</span></p>
<p>เมนูสาลี่ที่ขอขอแนะนำในวันนี้คือ &#8220;สาลี่ตุ๋น&#8221; เป็นเมนูที่เคยคิดตอนเด็ก ๆ ติดใจมาจนโตเลย</p>
<p><span style="color: #008000;">ส่วนผสม</span></p>
<p>1.สาลี่ผลขนาดกลาง 2 ผล<br />
2.ชวนเป่ย (หาซื้อได้ตามร้านขายยาจีนทั่วไป) 2-3 กรัม<br />
3.น้ำตาลกรวด 1-2 ช้อนโต๊ะ</p>
<p><span style="color: #33cccc;">วิธีทำ</span><br />
1.ตัดจุกสาลี่ออก แล้วคว้านเม็ดสาลี่ออก นำเนื้อสาลี่ใส่ลงในชามแล้วใส่ชวนเป่ย กับน้ำตาลกรวด ลงไปตรงกลางลูกสาลี่ จากนั้นนำจุกสาลี่ที่เราตัดไว้แล้วมาปิดไว้ที่เดิม</p>
<p>2.หม้อใส่น้ำให้ท่วมลูกสาลี่นำไปตุ๋นนานประมาณ 1-2 ชั่วโมง หรือสาลี่สุกไสทั้งลูก หรือจนกว่าชวนเป่ยสุก เสร็จแล้วยกออกมารับประทานขณะอุ่น ๆทานให้อร่อยนะคะ</p>
<p><span style="color: #800080;">ชวนเป่ยเป็นลูกเล็กๆสีขาวเล็กประมาณลูกเดือยดูแล้วคล้ายๆลูกเดือย</span></p>
<p>เสริมเคล็ดลับอีกเล็กน้อยคือ &#8220;สาลี่ที่ใช้ตุ๋นควรมีรสหวาน&#8221; จึงจะทำให้สาลี่ตุ๋น นี้อร่อยยิ่งขึ้น หากไม่มีชนิดเปลือกสีเหลืองหนา ให้ใช้สาลี่หมอเปลือกสีเขียวจะอร่อยกว่าเปลือกสีเหลืองอ่อน</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #339966;">ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า สาลี่ แสนธรรมดาจะเป็นยาชั้นดีขนาดนี้</span></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>No Related Post</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad-%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บลูเบอร์รี Blueberry</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5-blueberry/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5-blueberry/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Dec 2011 03:22:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>
		<category><![CDATA[Blueberry]]></category>
		<category><![CDATA[บลูเบอร์รี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1877</guid>
		<description><![CDATA[บลูเบอร์รี บลูเบอร์รี (อังกฤษ: blueberry) เป็นพืชดอกในสกุล Vaccinium เป็นพืชหลายปีมีผลรสเปรี้ยวสีฟ้าเข้มขนาด 5–16 มม. ส่วนมากอยู่ในหมู่ Cyanococcus ต้นมีหลายขนาดตั้งแต่ต้นสูง 10 ซม. ถึง 4 เมตร มีทั้งผลัดใบและไม่ผลัดใบ ใบรูปไข่ถึงรูปหอก ยาว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient406.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1882 colorbox-1877" title="บลูเบอร์รี Blueberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient406.jpg" alt="" width="344" height="500" /></a>บลูเบอร์รี</span><br />
บลูเบอร์รี (อังกฤษ: blueberry) เป็นพืชดอกในสกุล Vaccinium เป็นพืชหลายปีมีผลรสเปรี้ยวสีฟ้าเข้มขนาด 5–16 มม. ส่วนมากอยู่ในหมู่ Cyanococcus ต้นมีหลายขนาดตั้งแต่ต้นสูง 10 ซม. ถึง 4 เมตร มีทั้งผลัดใบและไม่ผลัดใบ ใบรูปไข่ถึงรูปหอก ยาว 1–8 ซม. กว้าง 0.5–3.5 ซม. ดอกรูประฆังสี ขาว ชมพู หรือแดง ผลไม้ที่ขายในชื่อ &#8220;บลูเบอร์รี&#8221; มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ (บลูเบอร์รีไม้พุ่มสูงที่ปลูกในเชิงพาณิชย์นั้นถูกนำเข้าสู่ยุโรปในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1930)</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient407.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1883 colorbox-1877" title="บลูเบอร์รี Blueberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient407.jpg" alt="" width="500" height="400" /></a>บลูเบอร์รี่ เป็นพืชไม้ดอกทรงพุ่ม มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ (สหรัฐอเมริกา/แคนาดา) ชื่อสายพันธุ์ทางวิทยาศาสตร์ Vaccinium จัดอยู่ในหมวด Cyanococcus สายพันธุ์ของต้นบลูเบอร์รี่มีหลายขนาด ตั้งแต่สายพันธุ์ขนาดเล็ก &#8220;lowbush blueberries&#8221; ณ ความสูงประมาณ 10 ซม. ไล่ไปจนถึงสายพันธุ์ขนาดใหญ่ &#8220;highbush blueberries&#8221; ที่อาจมีความสูงถึง 4 เมตรทีเดียว บลูเบอร์รี่ ถือว่าเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง แถมเป็น Antioxidant ตัวต่อต้านสารพิษด้วย ผลของบลูเบอร์รี่ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-16 ม.ม. มีวงแหวนเล็ก ๆ คล้ายมงกุฎที่ปลายผล ช่วงที่ผลอ่อน จะมีสีเขียวจาง ๆ พอแก่ขึ้นมาหน่อยก็จะมีสีม่วงแดง และเมื่อสุกจะมีสีคราม (น้ำเงินออกม่วง ๆ) มีรสหวาน หรือหวานอมเปรี้ยวเมื่อสุกเต็มที่ เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีผิวสีน้ำเงินเข้ม คนไทยไม่ค่อยนิยมเพราะเป็นผลไม้ในเมืองหนาว แต่ที่ประเทศ สหรัฐอเมริกานั้นเป็นที่นิยมกันมากในหมู่ผู้สูงอายุ เพราะผลการวิจัยพบว่า การกินผลไม้ชนิดนี้จะทำให้สุขภาพแข็งแรง และช่วยในเรื่องของความจำได้อีกด้วย Blueberry ผลไม้ผล กลมเล็กๆ สีน้ำเงินเข้มนั้น ชาวอเมริกันอินเดียน หรืออินเดียนแดงใช้ในการปรุงอาหารใช้เป็นยา และทำสีย้อมแบบครามมานานแล้ว Blueberry เป็นไม้พุ่ม มี 2 ชนิด คือชนิดพุ่มสูงที่ปลูกกันตามบ้าน และชนิดพุ่มเตี้ย หรือ Blueberry ป่า ตามธรรมชาติ จะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากช่วยในการป้องกันการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ (free radicals) และโรคเรื้อรังต่างๆที่เกี่ยวกับขบวนการทำให้แก่เร็ว</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient408.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1884 colorbox-1877" title="บลูเบอร์รี Blueberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient408.jpg" alt="" width="500" height="375" /></a>บลูเบอร์รี่ ช่วยในเรื่องของดวงตา</span> ป้องกันการเกิดโรคต้อกระจกตา การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และลดน้ำตาลในเลือด<br />
<span style="color: #00ccff;">เสริมความแข็งแรงของหลอดเลือด</span>ขนาดเล็ก อาจชะลอผลจากความเสื่อมตามวัย ต้านอนุมูลอิสระได้มาก</p>
<p>สารต้านอนุมูลอิสระในบลูเบอรี่ ประกอบด้วย สารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids), สารแอนโธไซยานิน (Anthocyanins), สารเบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) และส่วนผสมของเฟโนลิก (phenolic compounds) อ้างถึงศูนย์วิจัย USDA เกี่ยวกับสารอาหารของมนุษย์สัมพันธ์กับความชราภาพ (บอสตัน,สหรัฐอเมริกา) กล่าวไว้ว่า บลูเบอรี่เป็นผลไม้ที่มีปฏิกิริยาเชิงต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยมมากชนิดหนึ่ง มีวิตามิน C และ วิตามิน E</p>
<p>วิธีการทานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด มีงานวิจัยว่าทานบลูเบอร์รีครึ่งถ้วยมีประโยชน์</p>
<p><span style="color: #33cccc;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient409.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1885 colorbox-1877" title="บลูเบอร์รี Blueberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient409.jpg" alt="" width="500" height="333" /></a>ปริมาณที่ควรทาน</span><br />
ประมาณ 65 กรัม หรือ 30 ผล</p>
<p><span style="color: #ff6600;">ประโยชน์ที่สำคัญ</span><br />
บลูเบอร์รีมีกรดฟีโนลิกและไฟโทเคมิคอลฟลาโวนอยด์อยู่มากซึ่งมีความสามารถต้านอนุมูลอิสระสูงสุดในบรรดาผลไม้ทั้งหมดและยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบของเลือดและเชื้อแบคทีเรีย</p>
<p>บลูเบอร์รีปกป้องเส้นเลือด ผลจากการต้านการอักเสบของบลูเบอร์รี ช่วยดูแลเส้นเลือดฝอยให้แข็งแรง โดยหยุดการทำลายจากอนุมูลอิสระที่ทำให้เส้นเลือดฉักขาด นักวิจัยแนะนำว่าผลนี้อาจช่วยป้องกันการทำลายเส้นเลือดฝอยในเบาหวานที่ส่งผลต่อตาและไตได้</p>
<p><span style="color: #808000;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient410.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1887 colorbox-1877" title="บลูเบอร์รี Blueberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient410.jpg" alt="" width="400" height="267" /></a>ชะลอความแก่</span><br />
การทดลองพบว่าการทานบลูเบอร์รีครึ่งถ้วยทุกวันนาน 8 สัปดาห์ มีความจำระยะสั้น และการกะระยะของการเคลื่อนไหวที่เสื่อมลงตามวัยดีขึ้นคนแก่อยากความจำดี ดื่มน้ำบลูเบอร์รีช่วยได้ คณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยซินซินนาติ กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาและกระทรวงเกษตรแคนาดา เผยผลการศึกษาเกี่ยวกับผู้สูงอายุที่ดื่มน้ำคั้นผลบลูเบอร์รี วันละ 2-3 แก้ว ว่าจะช่วยให้ความจำดีขึ้นโดยได้วางรากฐานจะร่วมกันทำการทดลองขนาดใหญ่ในสถานพยาบาล เพื่อจะตัดสินใจว่าสมควรจะยกย่องให้ลูกบลูเบอร์รีเป็นยาบำรุงความจำหรือไม่ทั้งนี้ นายโรเบิร์ต คริโกเรียน หัวหน้าคณะนักวิจัย ยังชี้ว่าจากผลการศึกษาที่ให้อาสาสมัครวัย 70 กลุ่มหนึ่ง ทดลองดื่มน้ำลูกบลูเบอร์รี วันละ 2-3 ถ้วยครึ่ง เป็นเวลา 2 เดือน พบว่าสามารถช่วยเสริมความจำให้ดีขึ้นได้ และหากมีการทำอาหารเสริมบลูเบอร์รีในอนาคตได้ อาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยสกัดกั้นหรือบรรเทาอาการโรคประสาทเสื่อมได้</p>
<p>ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่สุดจะมีประโยชน์ บลูเบอร์มีสารป้องกันการอักเสบของแผล ช่วยรักษา เต็มไปด้วยแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยในเรื่องความทรงจำ</p>
<p><span style="color: #008080;"><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient411.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1888 colorbox-1877" title="บลูเบอร์รี Blueberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient411.jpg" alt="" width="500" height="510" /></a>ประโยชน์ของบลูเบอร์รี่</span><br />
อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูง ที่ช่วยต้านการทำลายเซลล์ของร่างกาย<br />
มีปริมาณใยอาหารสูงโดยเฉพาะเพคติน ที่ทำหน้าที่ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล และช่วยควบคุมระดับ น้ำตาลในเลือด<br />
ช่วยดูแลเส้นเลือดฝอยให้แข็งแรง<br />
ช่วยชะลอความแก่ บำรุงร่างกายและช่วยให้ความจำดีขึ้นในคนชรา<br />
มีส่วนช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายสูงวัย โดยจะมีผลให้ระบบหมุนเวียนเลือดดีขึ้น</p>
<p>ปัจจุบันบลูเบอร์รี่กำลังเป็นผลไม้ยอดนิยมสำหรับคนสูงอายุในสหรัฐฯ เพราะผลการวิจัยพบว่า การกินผลไม้ชนิดนี้เป็นประจำทำให้สุขภาพแข็งแรง โดยเฉพาะ ดร.เจมส์ โจเซฟ แห่งศูนย์วิจัยอาหารคนสูงอายุก็ดื่มน้ำบลูเบอร์รี่เป็นอาหารเช้าทุกวัน นับตั้งแต่วิเคราะห์ผลวิจัยของเขาแล้วพบว่า หนูอายุมากๆ ที่เขาให้กินบลูเบอร์รี่ทุกวันเป็นเวลาหลายสัปดาห์นั้นมีการทรงตัวดี อวัยวะต่างๆ ทำงานประสานกันดีขึ้น และความทรงจำดีขึ้นด้วย</p>
<p>และจากการทดลองกับคนก็พบว่า ผู้ที่เป็นโรคบางชนิด หลังจากที่กินบลูเบอร์รี่เป็นประจำมีอาการดีขึ้น ข่าวนี้จึงทำให้บลูเบอร์รี่กลายเป็นผลไม้ขายดิบขายดีในสหรัฐฯ ทีเดียว</p>
<p>นักวิจัยพบสารต้านอนุมูลอิสระในบลูเบอร์รี่และองุ่น มีผลช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยรักษาโรคอ้วนและโรคหัวใจในมนุษย์ อีกทั้งยังมีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อรา ปูทางสู่การพัฒนายาฆ่าเชื้อราจากธรรมชาติ</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient412.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1889 colorbox-1877" title="บลูเบอร์รี Blueberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient412.jpg" alt="" width="500" height="254" /></a>จากการประชุมของสมาคมเคมีอเมริกันในฟิลาเดลเฟีย นักวิจัยสหรัฐเสนอรายงานการค้นพบสารต้านอนุมูลอิสระ &#8220;เทโรสติลบีน&#8221; ในบลูเบอร์รี่ สารนี้ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จึงเป็นความหวังช่วยผู้ป่วยเบาหวานชนิด 2 ซึ่งไม่ต้องพึ่งอินซูลิน ส่วนใหญ่พบในผู้ใหญ่ตั้งแต่วัยกลางคนจนถึงสูงอายุ</p>
<p>การค้นพบนี้อธิบายให้ทราบว่าทำไมควรรับประทานผลไม้ที่มีสี โดยเฉพาะบลูเบอร์รี่ ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระมาก เนื่องจากโมเลกุลเหล่านี้จะช่วยต้านการทำลายเซลล์และดีเอ็นเอ รวมไปถึงโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และภาวะสมองเสื่อม โดยทีมวิจัยระบุว่าสาร เทโรสติลบีน นี้ได้ผลดีพอๆ กับยาลดคอเลสเตอรอลชนิดหนึ่ง ทว่าสารนี้ได้ผลที่แม่นยำกว่า ทั้งยังมีผลข้างเคียงน้อยกว่าด้วย</p>
<p>ทั้งนี้ เทโรสติลบีนและเรสเวเรทรอล ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบมากในผลองุ่น จัดเป็นสารเคมีในกลุ่มของสารประกอบไฟโตอเล็กซินส์ ที่พืชผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ฆ่าเชื้อรา และตอบสนองต่อแสงอัลตราไวโอเลต จึงเชื่อได้ว่าเทโรสติลบีนอาจสามารถนำมาพัฒนาเป็นสารต้านเชื้อราได้</p>
<p>บลูเบอร์รี่คือหนึ่งในผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ชายสูงวัย ที่มีปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ผลบลูเบอร์รี่เต็มไปด้วยเส้นใยอาหารที่ละลายได้ ซึ่งช่วยผลักคอเลสเตอรอลที่เกินความจำเป็นขณะผ่านระบบการย่อยอาหารที่คอเลสเตอรอลจะถูกดูดซึม และเกาะอยู่ตามผนังเส้นเลือดแดงจนทำให้สุขภาพทรุดโทรม</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient415.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1890 colorbox-1877" title="บลูเบอร์รี Blueberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient415.jpg" alt="" width="358" height="500" /></a>ในผลบลูเบอร์รี่ยังมีสารประกอบที่ช่วยผ่อนคลายเส้นโลหิต ซึ่งมีผลให้เกิดการหมุนเวียนของกระแสเลือดที่ดีขึ้น ผลดีของการมีระดับคอเลสเตอรอลต่ำและมีการหมุนเวียนของกระแสโลหิตที่ดีขึ้น คือการที่จะมีโลหิตถูกปั๊มไปสู่บริเวณอวัยวะเพศได้ปริมาณมากขึ้น นั่นหมายถึงการแข็งตัวของอวัยวะเพศก็สามารถดีขึ้นแม้คุณจะอายุมากขึ้นก็ตาม และเพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านนี้จริงๆ แนะนำให้กินอาหารที่มีผลบลูเบอร์รี่เป็นส่วนประกอบ (ผลสดก็ได้หรือปั่นรวมกับเครื่องดื่มก็ได้) อย่างน้อยสามถึงสี่ครั้งต่อสัปดาห์</p>
<p>แม้บลูเบอร์รี่จะทำให้ผู้บริโภคมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ก็ไม่ควรละเลยที่จะกินผักและผลไม้อื่นๆ เป็นประจำทุกวันด้วย เพื่อสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาว</p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>No Related Post</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5-blueberry/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แบล็กเบอร์รี่ Blackberry</title>
		<link>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-blackberry/</link>
		<comments>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-blackberry/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 14 Dec 2011 08:39:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>โอเคสุขภาพดี</dc:creator>
				<category><![CDATA[Nutrient]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.okhotshop.com/?p=1867</guid>
		<description><![CDATA[แบล็กเบอร์รี่ Blackberry แบล็กเบอร์รี (อังกฤษ: blackberry) มีชื่อในภาษาไทยว่า ไข่กุ้ง, ไข่ปู, บ่าฮู้ เป็นผลไม้ป่าประเภทที่กินได้ เป็นไม้ผลประเภทผลกลุ่ม (aggregate fruit) (แบบน้อยหน่า) จากพุ่มไม้หนาม (Bramble) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient397.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1868 colorbox-1867" title="แบล็กเบอร์รี่ Blackberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient397.jpg" alt="" width="500" height="333" /></a><span style="color: #000080;">แบล็กเบอร์รี่ Blackberry</span><br />
แบล็กเบอร์รี (อังกฤษ: blackberry) มีชื่อในภาษาไทยว่า ไข่กุ้ง, ไข่ปู, บ่าฮู้ เป็นผลไม้ป่าประเภทที่กินได้ เป็นไม้ผลประเภทผลกลุ่ม (aggregate fruit)</p>
<p>(แบบน้อยหน่า) จากพุ่มไม้หนาม (Bramble) ซึ่งเป็นพืชที่อยู่ในสกุลกุหลาบในวงศ์กุหลาบที่มีด้วยกันทั้งหมดเป็นร้อยสปีชีส์เป็นพันธุ์ไม้ที่พบทั่วไปในบริเวณที่มีอากาศอุ่นในซีกโลกเหนือ</p>
<p><span style="color: #0000ff;">แบล็กเบอร์รี่มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง อุดมไปด้วยวิตามินอีไขมันต่ำ</span> อาจกระตุ้นปฏิกิริยาภูมิแพ้ในบางคน<br />
แบล็กเบอร์รี่เป็นแหล่งของซาลิไซเลต การศึกษาในประชาการพบว่าซาลิไซเลตลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient398.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1869 colorbox-1867" title="แบล็กเบอร์รี่ Blackberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient398.jpg" alt="" width="500" height="385" /></a><span style="color: #00ccff;">ลักษณะและการเจริญเติบโต</span><br />
แบล็กเบอร์รีเป็นพืชยืนต้นแต่กิ่งเป็นกิ่งแบบพืชสองปีที่งอกจากลำต้นที่เป็นพืชยืนต้น ในปีแรกกิ่งใหม่จะงอกออกมาอย่างรวดเร็วและแข็งแรงจนยาวราว 3 ถึง 6 เมตร ที่เป็นกิ่งที่โค้งและเลื้อยตามพื้นดินหรือพันกันเป็นพุ่ม มีใบใหญ่ที่ประกอบ</p>
<p>ด้วยใบเล็กห้าถึงเจ็ดใบ ในปีแรกกิ่งใหม่จะไม่ออกดอกออกผล ในปีที่สองกิ่งที่งอกจากปีก่อนหน้านั้นก็จะไม่เจริญเติบโตอีกแต่จะเริ่มออกดอกและผล ขณะที่กิ่งใหม่ก็ยังคงงอกเพื่อที่ผลิตผลในปีต่อไป กิ่งทั้งปีแรกและปีที่สองจะมีหนามแหลมแข็ง แต่ก็มีสายพันธุ์ที่ผสมขึ้นที่ไม่มีหนามเพื่อให้เก็บผลง่ายขึ้น<br />
<a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient399.jpg"><img class="size-full wp-image-1870 alignleft colorbox-1867" title="แบล็กเบอร์รี่ Blackberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient399.jpg" alt="" width="350" height="232" /></a>แบล็กเบอร์รีป่าหรือแบล็กเบอร์รีที่โตตามธรรมชาติเป็นไม้ที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในป่า ตามเนินเขา ตามแนวพุ่มไม้ และตามพุ่มไม้สองข้างทางหรือสองข้างถนน เป็นไม้ที่สามารถเติบโตได้ในสภาพดินที่ไม่ใคร่ดีนักได้<br />
ดอกจะออกราวปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน แต่ละดอกก็จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 2 ถึง 3 เซนติเมตรมีกลีบสีขาวหรือชมพูอ่อนห้ากลีบที่กลายเป็นผล</p>
<p>ตอนปลายฤดูร้อนราวเดือนสิงหาคม ผลที่สุกจะมีสีดำซึ่งเป็นที่มาของชื่อมีขนาดราวหัวนิ้วก้อย รสก็มีตั้งแต่เปรี้ยวจัดไปจนหวาน ที่เหมาะกับกินสดหรือทำแยมผลไม้<br />
<a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient400.jpg"><img class="size-full wp-image-1871 alignleft colorbox-1867" title="แบล็กเบอร์รี่ Blackberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient400.jpg" alt="" width="350" height="305" /></a>แบล็กเบอร์รีมีคุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูงที่รวมทั้งเส้นใยอาหาร (dietary fiber) วิตามินซี วิตามินเค กรดโฟลิก วิตามินบี และ เกลือแร่,แมงกานีส</p>
<p><span style="color: #00ccff;">วิธีการทานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด</span><br />
แบล็กเบอร์รี่สดเป็นแหล่งของกรดโฟโนลิก วิตามินซี และโฟแลตสูงที่สุด แบล็กเบอร์รี่ ที่นำมาประกอบอาหารมีวิตามินอีและเส้นใยอาหารมากว่าเบอร์รี่อื่นๆ</p>
<p><span style="color: #3366ff;">ปริมาณที่ควรทาน</span><br />
ควรทานแบล็กเบอร์รี่ 15 ผล หรือหนักประมาณ 75 กรัม ต่อวัน อาจจะรับประทานสดๆก็ได้ หรือจะเป็นส่วนประกอบของขนมหรือทำเป็นน้ำคั้นดื่มก็ได้ประโยชน์ทั้งสิ้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;">ประโยชน์ที่สำคัญ</span>แบล็กเบอร์รี่ ช่วยเรื่องมะเร็งลำไส้เพราะแบล็กเบอร์รี่ มีซาลิไซเลตยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในลำไส้ใหญ่ได้<br />
<a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient401.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1872 colorbox-1867" title="แบล็กเบอร์รี่ Blackberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient401.jpg" alt="" width="450" height="314" /></a>โรคหัวใจ นักวิจัยชาวอเมริกาแนนำว่าอาหารที่มีซาลิไซเลตอาจลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient403.jpg"><img class="size-full wp-image-1873 alignleft colorbox-1867" title="แบล็กเบอร์รี่ Blackberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient403.jpg" alt="" width="383" height="500" /></a>แบล็กเบอร์รี่นั้นหาดูยากในบ้านเรา และเป็นผลไม้ที่มีรูปร่างแปลกตา แต่ว่าประโยชน์ของเบอร์รี่มีมากมายที่เราไม่รู้แบล็กเบอร์รี (อังกฤษ: blackberry) มีชื่อในภาษาไทยว่า ไข่กุ้ง, ไข่ปู, บ่าฮู้ เป็นผลไม้ป่าประเภทที่กินได้ เป็นไม้ผลประเภทผลกลุ่ม (aggregate fruit) จากพุ่มไม้หนาม (Bramble) ซึ่งเป็นพืชที่อยู่ในสกุลกุหลาบในวงศ์กุหลาบที่มีด้วยกันทั้งหมดเป็นร้อยสปีชีส์เป็นพันธุ์ไม้ที่พบทั่วไปในบริเวณที่มีอากาศอุ่นในซีกโลกเหนือแบล็กเบอร์รีเป็นพืชยืนต้นแต่กิ่งเป็นกิ่งแบบพืชสองปีที่งอกจากลำต้นที่เป็นพืชยืนต้นในปีแรกกิ่งใหม่จะงอกออกมาอย่างรวดเร็วและแข็งแรงจนยาวราว3 ถึง 6 เมตร ที่เป็นกิ่งที่โค้งและเลื้อยตามพื้นดินหรือพันกันเป็นพุ่ม มีใบใหญ่ที่ประกอบด้วยใบเล็กห้าถึงเจ็ดใบ ในปีแรกกิ่งใหม่จะไม่ออกดอกออกผล ในปีที่สองกิ่งที่งอกจากปีก่อนหน้านั้นก็จะไม่เจริญเติบโตอีกแต่จะเริ่มออกดอกและผล ขณะที่กิ่งใหม่ก็ยังคงงอกเพื่อที่ผลิตผลในปีต่อไป กิ่งทั้งปีแรกและปีที่สองจะมีหนามแหลมแข็ง แต่ก็มีสายพันธุ์ที่ผสมขึ้นที่ไม่มีหนามเพื่อให้เก็บผลง่ายขึ้น</p>
<p>แบล็กเบอร์รีป่าหรือแบล็กเบอร์รีที่โตตามธรรมชาติเป็นไม้ที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในป่า ตามเนินเขา ตามแนวพุ่มไม้ และตามพุ่มไม้สองข้างทางหรือสองข้างถนน เป็นไม้ที่สามารถเติบโตได้ในสภาพดินที่ไม่ใคร่ดีนักได้ ดอกจะออกราวปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อนแต่ละดอกก็จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางราว2 ถึง 3 เซนติเมตรมีกลีบสีขาวหรือชมพูอ่อนห้ากลีบ ที่กลายเป็นผลตอนปลายฤดูร้อนราวเดือนสิงหาคม ผลที่สุกจะมีสีดำซึ่งเป็นที่มาของ ชื่อมีขนาดราวหัวนิ้วก้อย รสก็มีตั้งแต่เปรี้ยวจัดไปจนหวาน ที่เหมาะกับกินสดหรือทำแยมผลไม้ แบล็กเบอร์รี่มีคุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูงที่รวมทั้งเส้นใยอาหาร (dietary fiber) วิตามินซี วิตามิน-เค กรดโฟลิก วิตามินบี เกลือแร่และ แมงกานีส</p>
<p><a href="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient402.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1874 colorbox-1867" title="แบล็กเบอร์รี่ Blackberry" src="http://www.okhotshop.com/wp-content/uploads/2011/12/super-nutrient402.jpg" alt="" width="450" height="299" /></a><span style="color: #3366ff;">ประโยชน์ของแบล็กเบอร์รี่</span><br />
แบล็กเบอร์รี่สดเป็นแหล่งที่มีกรดฟีโนริก วิตามินซี และโฟเลตสูงสุด ช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจนได้ทำให้ผิวหนังเราไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร</p>
<p style="text-align: left;">
แบล็กเบอร์รี่มีสารเคมีชนิดหนึ่งเรียกว่า Salicylate ที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็งลำไส้ และโรคหัวใจ</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff9900;">มีสารแทนนินทำให้เนื้อเยื่อหดตัว มีผลห้ามเลือดได้</span><br />
<span style="color: #ff9900;"> ช่วยบรรเทาอาการท้องร่วงและอาการอักเสบของลำไส้</span></p>
<h2  class="related_post_title">เรื่องที่เกี่ยวข้อง(Related Articles):</h2><ul class="related_post"><li>No Related Post</li></ul>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.okhotshop.com/2011/nutrient/%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88-blackberry/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/

Served from: www.okhotshop.com @ 2012-02-23 08:58:02 -->
